ReadyPlanet.com


โชคดีที่โชคร้าย


ถาม – ดิฉันไปดูดวงมาหลายที่แล้ว หมอดูทุกรายบอกว่าเป็นคนอาภัพ ซึ่งชีวิตจริงก็ไม่เคยสมหวังสักอย่าง งานก็ไม่ก้าวหน้า เลิกรากับสามี เงินก็ไม่ค่อยมี ญาติก็ไม่เหลียวแล ฯลฯ บางทีก็อิจฉาคนที่เขามีพร้อมทุกอย่าง แล้วก็น้อยใจตัวเองที่เกิดมามีแต่ความทุกข์เสียเป็นส่วนใหญ่ ทุกวันนี้ก็มีแต่ธรรมะเท่านั้นที่เป็นที่พึ่งทางใจ อยากรู้ว่ามีใครที่อาภัพขนาดดิฉันบ้างไหมคะ

ดวงของแต่ละคนบอกให้ทราบว่าเจ้าชะตาต้องผิดหวังในบางเรื่องหรือหลายเรื่อง บ้างมีโรคภัยเบียดเบียนไม่เป็นสุข บ้างต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยว บ้างผิดหวังในความรักนับครั้งไม่ถ้วน บ้างถูกโกงจนต้องเป็นหนี้ก้อนใหญ่ในช่วงวัยเกินกลางคน บ้างพลัดพรากจากสิ่งที่รัก ฯลฯ แน่นอนว่าทุกคนย่อมอยากเป็นสุขในทุกด้าน แต่คนที่สมหวังทุกอย่างย่อมไม่มี ซึ่งก็มีหลายคนที่ทุกข์มากแต่สุขน้อยเหลือเกิน หลายคนที่เป็นเช่นนี้ ต้องมีชีวิตอยู่แบบทนทรมาน ยกเว้นคนที่ปฏิบัติธรรมซึ่งสามารถเป็นสุขได้แม้พบนานาปัญหาค่ะ

“จำไว้เป็นคีย์เวิร์ดเลยนะ ถ้าไม่ทุกข์ ไม่มีใครอยากออกจากสังสารวัฏหรอก พระพุทธเจ้าตรัสเองเลยนะ" คำคมข้างต้นนั้นมาจาก “วาทะดังตฤณ ฉบับ ดังตฤณสอนน้อง” (ถ้าสนใจก็เชิญได้ที่ http://dungtrin.com/teach ) แท้จริงแล้วความทุกข์คือแรงบันดาลใจที่ดีที่สุด ให้หันมาเอาจริงเอาจังในการปฏิบัติธรรมค่ะ

ว่าแล้วก็ขอเล่าถึงคนที่พบกับโชคร้าย แต่พลิกให้กลายเป็นโชคดีได้สำเร็จนะคะ เป็นเรื่องของลูกค้าหญิงท่านหนึ่ง ที่เมื่อผูกดวงมาแล้วก็รู้ว่าเป็นช่วงดวงตกหนักมาก ดาวประจำตัวเดินอ่อนกำลัง พันพัวกับดาวที่เป็นศัตรูและเป็นเจ้าเรือนทุสถานภพ ดูอาการแล้วชีวิตช่วงนี้คงไม่น่ามีความสุขนัก แต่เท่าที่สนทนากันรู้สึกว่าจิตใจเธอผ่องใส ดูสบายๆ เกินกว่าดวงที่กำลังย่ำแย่ ลูกค้าเล่าว่าเพิ่งแยกทางกับสามี โดยที่เธอเป็นคนบอกเลิกเอง เพราะอยากให้เขามีโอกาสได้พบคนใหม่ เนื่องจากอีกไม่นานตัวเธอเองจะเดินไม่ได้แล้ว เพราะกล้ามเนื้อลายมีปัญหา ตอนนี้เธอตั้งอกตั้งใจทุ่มเทชีวิตเพื่อการเจริญวิปัสสนา

เมื่อได้ฟังแล้วก็รู้สึกนับถือในน้ำใจเด็ดเดี่ยวกล้าหาญยิ่งของเธอค่ะ ลูกค้าบอกว่าไม่มีอะไรต้องห่วง เพราะกายก็คนละส่วนกันกับใจอยู่แล้ว และบอกว่าชีวิตที่เหลืออยู่เพื่อการปฏิบัติ เพราะไม่มีสิ่งใดมีค่าไปกว่าธรรมะอีกแล้ว ฟังแล้วต้องขออนุโมทนาและขอให้เธอก้าวหน้าในทางธรรมยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ sathu2

ลูกค้าชายอีกท่านซึ่งได้สนทนาหลายครั้ง ตั้งแต่คราวแรกที่ตรวจดวงกัน เขาเล่าให้ฟังว่าติดเชื้อ HIV แต่ก็มีกำลังใจในการเจริญสติ ส่งผลให้ร่างกายยังแข็งแรง ปริมาณเม็ดเลือดขาวอยู่ในระดับที่ดี ครั้งล่าสุดที่ได้คุยกัน เขาเล่าว่าอยากจะเดินทางไปทั่วประเทศ (ตามความเข้าใจของดิฉันคือคล้ายๆ การเดินธุดงค์ แต่ว่าลูกค้าท่านนี้เป็นฆราวาสนะคะ) จึงบอกเขาไปด้วยความห่วงใยว่า “จำได้ว่าคุณไม่สบาย ต้องถนอมร่างกายไว้ด้วยนะคะ แต่ถึงยังไง ไม่ว่าเวลาจะเหลือเท่าไหร่ ชีวิตในชาตินี้ของคุณก็ถือว่าคุ้มค่ามากแล้วจริงๆ”

ในขณะที่สนทนากับเขามาถึงตรงนี้ ก็นึกถึงพุทธพจน์หนึ่ง ซึ่งต่อมาได้ไปค้นคว้าเพิ่มเติมจาก www.84000.org พบว่าอยู่ในอรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท สหัสสวรรคที่ ๘ ความว่า “โย จ วสฺสสตํ ชีเว อปสฺสํ อุทยพฺพยํ เอกาหํ ชีวิตํ เสยฺโย ปสฺสโต อุทยพฺพยํ. ก็ผู้ใดไม่เห็นความเกิดขึ้นและความเสื่อมอยู่ พึงเป็นอยู่ ๑๐๐ ปี ความเป็นอยู่วันเดียว ของผู้เห็นความเกิดและความเสื่อม ประเสริฐกว่าความเป็นอยู่ของผู้นั้น” ฉะนั้นต่อให้เจ็บป่วยหนัก มีเวลาของชีวิตอีกเพียงหนึ่งวัน แต่ได้เจริญสติปัฏฐาน ก็เรียกว่ามีชีวิตที่คุ้มค่าแล้วนะคะ : )

ลูกค้าทั้งสองท่านที่ได้เล่าสู่กันฟังนี้ ล้วนใช้การพบความทุกข์ พลิกให้เป็นความโชคดีอย่างใหญ่หลวง เป็นการใช้ชีวิตของมนุษย์ผู้พบพระพุทธศาสนา อันนับเป็นโอกาสที่แสนยากในสังสารวัฏนี้ ได้อย่างสุดคุ้มค่าค่ะ

ความทุกข์นั้นคือแรงบันดาลใจอันยอดเยี่ยม ในการออกจากสังสารวัฏ เพราะใครก็ตามที่ชีวิตมีแต่ความสุข ก็มักนิ่งนอนใจ ไม่แสวงหาทางหลุดพ้น แล้วก็ตายไปชาติหนึ่ง ทั้งๆ ที่โลกนี้ยังมีพระพุทธศาสนาประดิษฐานอยู่ ดังนั้นหากได้พบธรรมะของพระพุทธเจ้า มีครูบาอาจารย์ที่ดี มีร่างกายที่มีกำลังพอจะปฏิบัติได้ แถมพบความทุกข์ จนได้นำธรรมะและการเจริญสติมาเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตแล้วล่ะก็ ไม่เรียกว่าคนอาภัพแต่นับว่าเป็นคนมีบุญ (^_^)

สุดท้ายนี้ขอฝากคติธรรมของท่านพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต เพื่อเตือนใจตนเองและผู้อ่านทุกท่านค่ะ
sathu2
“เมื่อเกิดมาอาภัพชาติ แล้วอย่าให้ใจอาภัพอีก
ผู้เกิดมาชาตินี้อาภัพแล้ว อย่าให้ใจอาภัพ
คิดแต่ผลิตโทษทำบาปอกุศล เผาผลาญตนให้ได้ทุกข์ เป็นบาปกรรมอีกเลย”

ที่มา:-http://www.dlitemag.com

 



ผู้ตั้งกระทู้ จาก Q&A โดย Aims Astro :: วันที่ลงประกาศ 2010-05-05 18:33:42


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.