ReadyPlanet.com


จิตอันควรแก่งาน ผู้รู้ ผู้ดู


การละไม่ยาก...ยากที่ไม่รู้ว่า”ยึดมั่นถือมั่นอยู่” ....จะรู้ว่ายึดอยู่ ก็ต้องรู้จักทุกข์ กำหนดรู้อยู่กับทุกข์ ....จะมีกำลังกำหนดรู้ได้ ก็ต้อง ทำสมาธิให้เกิดขึ้นเป็นปกติ จะเป็นปกติได้ ก็เพราะรู้เท่าทันในอารมณ์ที่มากระทบ(สติ)......ถ้าทำให้มาก เจริญให้มากในชีวิตประจำวัน  ขณะใดทีมีสมาธิ มีสติ ...ขณะนั้นศีลเป็นปกติ พระพุทธเจ้าตรัสสอนว่า จงเจริญสมาธิเถิด จะเกิดปัญญา  ฉะนั้น แค่มีสมาธิ กับ สติ ในชีวิตประจำวันให้ได้  ก็คือ ครบแล้วทั้ง ศีล สมาธิ ปัญญา = มรรค ๘ 

ประเด็นอยู่ที่ว่า เจริญให้มากจริงๆไหม โกหกตัวเองหรือเปล่า “เพียรเท่ามด สำคัญว่าช้าง”หรือเปล่า? 

อนึ่งควรทราบว่า เราทำสมาธิเพื่อ ความตั้งมั่นของจิต ไม่ใช่เพื่ออารมณ์ฌาน....(อารมณ์ฌานเป็นองค์ประกอบ เป็น byproducts ที่เกิดขึ้นมาด้วย เช่น สงบ ปิติ สุข) เราทำสมาธิให้จิตตั้งมั่น เพื่อใช้เป็นเครื่องมือ....แต่ถ้าไปยึด ไปเสพอารมณ์ฌานจนเกินพอดี จะเป็น มิจฉาสมาธิ....ถ้าเราสักแต่ว่ารู้อารมณ์(แลอยู่) ไม่ยึดไว้ ก็จะเป็น “จิตที่ควรแก่งาน” ใช้ประโยชน์เพื่อตามดู รู้อารมณ์ที่มากระทบ(เจริญสติ) =ผู้รู้ .....เป็นผู้รู้แล้วยังหลงไปกับกิเลสได้ เพราะ รู้แล้วไม่รู้ตัว(ผู้รู้แบบไม่มีคุณภาพ)...... แต่หากว่า เป็นผู้รู้(สติ)แล้วรู้ตัว(สัมปชัญญะ)ว่าอะไรเกิดขึ้นกับเรา =ผู้รู้แบบมีคุณภาพ =ผู้ดู



ผู้ตั้งกระทู้ นายไปล่ :: วันที่ลงประกาศ 2019-05-13 12:01:17


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น *
ผู้แสดงความคิดเห็น  *
อีเมล 
ไม่ต้องการให้แสดงอีเมล


Copyright © 2010 All Rights Reserved.