ReadyPlanet.com
dot dot
dot
คำสอนกรรมฐานจากพระพุทธโอษฐ์
dot
bulletมนุษย์ถือเอาที่พึ่งผิดๆ เป็นสรณะ
bulletอริยมรรคมีองค์แปด
bulletพระมหาสติปัฏฐานสูตร
bulletกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ
bulletพรหมจรรย์แห่งพระพุทธศาสนา
bulletทางออกจากวัฏฏะสงสาร
bulletปฎิบัติอย่างไรจึงทำที่สุดทุกข์ได้
dot
แผนที่ เข็มทิศ ชัยภูมิ การปฏิบัติธรรม
dot
bulletบูชาพระรัตนตรัย
bulletพระตถาคตเจ้า เกิดขึ้นแล้วในโลก
bulletสัมมาทิฏฐิ
bulletสติปัฏฐาน ๔
bulletวิธีการปฏิบัติธรรม
bulletวิธีการกำหนดรู้
bulletอริยสัจ 4
bulletพระไตรลักษณ์
bulletปฏิจจสมุปบาท
bulletเพชรในหัวคางคก
bulletพระสารีริกธาตุ-ปัจเจกพุทธเจ้า
bulletพระอรหันตธาตุสมัยพุทธกาล
bulletพระอรหันตธาตุสมัยปัจจุบัน
dot
ว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติธรรม
dot
bulletสมาทานศีล ๘
bulletคำขอกรรมฐาน
bulletคำลากรรมฐาน
bulletคำขอขมา
bulletปฏิเวธธรรม จากประสบการณ์
bulletบันทึกธรรม จากประสบการณ์
bulletธรรมะ กับ ชีวิตประจำวัน
bulletกลางโลกียะ สู่ กลางโลกุตตระ
bulletทางสู่พระนิพพาน
bulletอนัตตา
bulletวิธีทำสมถะวิปัสสนา
bulletดวงจิตผู้รู้อยู่ (หลวงปู่สิม)
bulletทวนกระแสจิตมาสู่ดวงจิตผู้รู้
bulletวิธีปฏิบัติธรรมหลวงปู่ดูลย์
bulletธาตุแห่งความว่าง
bulletการอ่านหรือฟังธรรมให้เป็นธรรม
bulletเครื่องตามรักษา 5 ประการ
bulletการประสารความขัดแย้งภายใน
dot
ข้อคิด-คติธรรม หลวงปู่มั่น
dot
bulletวัตรปฏิบัติ
bulletอุบายปัญญา
bulletโอวาทธรรม
bulletอธิบายธรรม จิตเดิม
bulletอธิบายธรรม อกิริยา
bulletอธิบายธรรม สัตตาวาส ๙
dot
ข้อคิด คติธรรม หลวงปู่ดูลย์
dot
bulletธรรมโอวาท
bulletปรารภธรรมะเรื่องอริยสัจสี่
bulletรู้ให้พร้อม
bulletแนวปฏิบัติที่ถูกต้องและง่าย
bulletเต่า กับ ปลา
bulletผลคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน
bulletนักปฏิบัติลังเลใจ
bulletตื่นอาจารย์
bulletสิ้นชาติขาดภพ
dot
เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม
dot
bulletบาปทางใจ
bulletไม่ต้องการสวรรค์
bulletหัวอกพ่อแม่
bulletวัยบาป
bulletวิญญาณคะนอง
bulletปากมนุษย์
bulletโทษของความโลภ
bulletนี่แหละผลกรรม
bulletเมตตา-กรุณา
bulletความฝันลุงยุ้ย
bulletเปรตหลวงพ่อขำ
bulletอานิสงส์ของการสวดพุทธคุณ
bulletสมาธิรักษาโรค
bulletวิญญาณรายงานตัว
bulletหญิงสองร่างนางสองชาติ
bulletใช้หนี้กรรม
bulletตายจากคนไปเกิดเป็นวัว
bulletบวช-ช่วยเตี่ยขึ้นจากนรก
bulletใช้หนี้กรรมสุนัข แมว
bulletตาเคลิ้ม
bulletอานิสงส์ สร้างพระพุทธรูป
bulletอดีตชาติ
bulletเรื่องจริงของการเวียนว่ายตายเกิด
dot
วัดรัตนคูหา ถ้ำผากล้วย แม่เมาะ
dot
bulletแผนที่ไปวัดรัตนคูหา(ถ้ำผากล้วย)
bulletพาแอ่วชุมชน ชมวิถีคนแม่เมาะ
dot
มุมกิจกรรม-ชมรมคนใจสบาย
dot
bulletทานบารมี
bulletภาพกิจกรรมชมรมคนใจสบาย
bulletข่าวชมรมคนใจสบาย
bulletถวายกุฎิคุณากโร ณ วัดรัตนคูหา
bulletไหว้พระดี แดนอีสาน
bulletร่วมสร้างอุโบสถวัดรัตนคูหา
bulletถวายกุฏิกรกช ณ วัดรัตนคูหา
bulletซื้อและติดต้ังปั๊มน้ำบาดาลให้วัด
bulletช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ
bulletสนทนาธรรมกับหลวงพ่อหล
bulletถวายผ้าป่าวัดเขาน้อยปัจเจกธรรม
bulletถวายสังฆทานวัดป่าบ้านโคกเต่า
bulletFacebook รวมภาพกิจกรรม
bulletวิธีป้องกันภัยจากรถสาธารณะ
bulletรักษาตาฟรี ถวายในหลวง
bulletโครงการผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
bulletขาเทียมฟรี สำหรับผู้พิการขาขาด
dot
นิทานธรรมะ
dot
bulletแพะระลึกชาติ
bulletคลั่งนิพพาน
bulletฝังลูกนิมิต
bulletอยากได้สวรรค์
dot
ธรรมบท แห่งความดี
dot
bullet ตนเป็นที่พึ่งของตน
bulletโสดาปัตติผล
bulletยมกปาฏิหาริย์
bulletสัตว์โลกมืดบอด
bulletประโยชน์ของตน
bulletผู้เกิดมาเพื่อฆ่าตนเอง
bulletไม่ได้ทรัพย์เมื่อหนุ่ม
dot
Newsletter

dot




คลื่นสมองกับพลังพิเศษในตัวคุณ article

 

คลื่นสมอง  คลื่นเบต้า  คลื่นอัลฟ่า  คลื่นเธต้า  คลื่นเดลต้า 

 

 

จากการศึกษาคลื่นสมองของคนเราในอดีต  เคยเชื่อกันว่าคลื่นสมองและสารที่หลั่งจากสมองนั้นเป็นสิ่งที่มนุษย์ไม่สามารถบังคับหรือควบคุมกระบวนการได้  แต่ปัจจุบันได้มีการทดลองและตรวจวัดคลื่นสมองด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ พบว่ามนุษย์สามารถควบคุมคลื่นสมองและสารที่หลั่งจากสมองได้หากมีการฝึกฝนทางจิตให้ควบคุมสภาวะอารมณ์และจิตใจได้   สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องเหนือธรรมชาติหรือเร้นลับหาคำอธิบายไม่ได้  แต่เป็นเรื่องที่ทุกคนสามารถฝึกฝนได้ในขณะที่เราดำเนินชีวิตประจำวันตามปรกติ

พื้นฐานความเข้าใจเรื่องคลื่นสมองและกลไกการทำงานที่เกี่ยวข้องกันนี้  จะเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราได้เรียนรู้โลกภายในตัวเอง  และมองเห็นประโยชน์ของการจัดการกับอารมณ์ ความรู้สึก และความคิดของเรา  นับเป็นศิลปะในการดำรงชีวิตที่ทุกคนทำได้  ท่านทราบหรือไม่ว่าภาวะของคลื่นสมองที่เหมาะสมจะช่วยเปิดพื้นที่การเรียนรู้ในสมองของเรา ส่งผลต่อความคิดสร้างสรรค์ ความสามารถในการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และรับข้อมูลปริมาณมากได้อย่างรวดเร็ว   ทำให้มนุษย์มีประสิทธิภาพสูงมากในการทำกิจกรรมหรือสร้างสรรค์ผลงาน      จึงเป็นเรื่องน่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับแหล่งกำเนิดพลังงานชีวิตที่ธรรมชาติให้มาในตัวตนของพวกเราทุกคน      

 

ภาวะของคลื่นสมอง

 

คลื่นสมองเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งได้มาจากการส่งสัญญาณเคมีทางชีวภาพในร่างกายมนุษย์   

                  

การวัดพลังงานไฟฟ้าบริเวณสมองด้วยเครื่องมือ  Electroencephalogram (EEG)  ทำให้นักวิจัยทางประสาทวิทยาและนักวิทยาศาสตร์ ได้ค้นพบ   ความจริงว่า การเลือกตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกมีผล โดยตรง ต่อสภาวะภายในที่เป็นคลื่นสมอง   เราสามารถอ่านค่าผลของการวัด   และแบ่งคลื่นสมองของมนุษย์ตามระดับความสั่นสะเทือน หรือความถี่    

ได้เป็น  4  กลุ่มใหญ่ ๆ  ดังนี้

                       

                         ที่มา : http://web.lemoyne.edu/~hevern/psy340/lectures/psy340.09.02.stages.sleep.html

 

1.      คลื่นเบต้า (Beta brainwave)  มีความถี่ประมาณ 14-21  รอบต่อวินาที  (Hz)   เป็นช่วง

คลื่นสมองที่เร็วที่สุด  เกิดขึ้นในขณะที่สมองอยู่ในภาวะของการทำงานและควบคุมจิตใต้สำนึก(Conscious Mind) ในขณะตื่นและรู้ตัว เช่น  การนั่ง ยืน เดิน ทำงานหรือกิจกรรมต่างๆ  ในกรณีที่จิตมีความคิดมากมายหลายอย่างจากภารกิจประจำวัน วุ่นวายใจ สับสนหรือฟุ้งซ่าน และสั่งการสมองอย่างไม่เป็นระเบียบ   ความถี่ของคลื่นช่วงนี้อาจสูงขึ้นได้ถึง 40 Hz  โดยเฉพาะคนในที่มีความเครียดมาก  อยู่ในภาวะเร่งรีบบีบคั้น  ตื่นเต้นตกใจ  อารมณ์ไม่ดี  โกรธหรือดีใจมาก ๆ  สมองจะมีการทำงานในช่วงคลื่นเบต้ามากเกินไป  ในขณะที่หากไม่มีคลื่นเบต้าเกิดขึ้นเลย มนุษย์จะไม่สามารถเรียนรู้หรือทำหน้าที่ได้สมบูรณ์ในโลกภายนอก

ปรกติสมองคนเราจะมีเส้นทางอัตโนมัติในการรับรู้ความรู้สึก ที่ทำให้สั่งการได้โดยไม่ต้องใช้เวลาในการใคร่ครวญมากนัก ความเป็นอัตโนมัตินี้ส่วนใหญ่จะมีประโยชน์อยู่ในระดับหนึ่งและเป็นเรื่องกลาง ๆ สำหรับชีวิต ช่วยย่นย่อจดจำเรื่องราวจำเจที่ต้องทำซ้ำ ๆ เป็นประจำให้ดำเนินไปได้  บางส่วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ต่อการรอดพ้นจากอันตรายในสถานการณ์คับขัน เช่น  การดึงมือออกทันทีเมื่อบังเอิญไปสัมผัสของร้อนจัด  แต่สิ่งที่น่าสนใจ คือ “อารมณ์ของมนุษย์” ก็มีเส้นทางอัตโนมัติเช่นเดียวกัน 

แต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่ได้ควบคุม และปล่อยให้ความเป็นอัตโนมัตินี้ทำงานมากเกินไปจากความเคยชินในการป้อนข้อมูลซ้ำ ๆ ของเราเอง  โดยมากเป็นความอัตโนมัติในทางลบที่มีมากเกินไป  ทำให้ข้อมูลเหล่านี้ถูกส่งผ่านเข้าไปสู่การทำงานของส่วนรับความรู้สึกในสมองที่เรียกว่า ’อะมิกดาลา’ (Amygdala) ซึ่งเป็นสมองชั้นกลางใกล้กับก้านสมอง และมีความสามารถในการเก็บข้อมูลด้านอารมณ์จำนวนมาก ๆ ไว้   ดังนั้นจึงขึ้นอยู่กับว่าเราใส่ข้อมูลด้าน”บวก”หรือ”ลบ” มากน้อยแค่ไหน  ก็จะทำให้สมองจดจำและตอบสนองในทิศทางนั้น  หากเราปล่อยให้ความอัตโนมัตินี้ทำงานตามลำพังโดยไม่ฝึกกำหนดรู้  ก็จะทำให้เราติดกับดักของอารมณ์ที่ไม่ดีอยู่ตลอดเวลา  สมองของเราจะทำงานอยู่แต่ในเฉพาะช่วงคลื่นเบต้า  ซึ่งในโหมดนี้ถือว่าเป็นโหมดปกป้อง มีทั้งเบต้าอ่อนและแก่  แก่หมายถึงความถี่สูง มีผลให้ความคิดถดถอยจากสภาวะปกติ  และทำงานอยู่ในฐานความกลัว  มีลักษณะต้านทานความเปลี่ยนแปลง  บางคนจะหยุดและปิดการเรียนรู้เพราะเกิดความเครียด    สภาวะนี้สมองจะหลั่งฮอร์โมนด้านลบออกมามากเกินไป  นำไปสู่ปฏิกิริยาเคมีที่ทำร้ายส่วนอื่น ๆ ของร่างกายเป็นลูกโซ่ต่อไปเรื่อยๆ เช่น อะดรีนาลีน คอร์ติซอล  เป็นต้น   

 

2.   คลื่นอัลฟ่า (Alpha brainwave)  มีความถี่ประมาณ 7-14  รอบต่อวินาที (Hz)  ความถี่

ของคลื่นที่ต่ำลงมานี้ก็คือ  เป็นคลื่นสมองที่ปรากฎบ่อยในเด็กที่มีความสุข และในผู้ใหญ่ที่มีการฝึกฝนตนเองให้สงบนิ่งมากขึ้น  อาจหมายถึงสภาวะที่จิตสมดุล  อยู่ในสภาวะสบายๆ  มีการช้าลงด้วยการใคร่ครวญ  ไม่ด่วนตอบสนองต่อสิ่งเร้าด้วยอารมณ์อันรวดเร็ว    เวลาที่ความถี่น้อยลง  หมายถึงว่า  เราจะคิดช้าลง  เป็นจังหวะ  เป็นท่วงทำนอง  คมชัด  ให้เวลาแก่จิตในการไตร่ตรองและมีความคิดเป็นระบบขึ้น  สภาวะที่สมองทำงานอยู่ในคลื่นอัลฟ่ายังพบอยู่ในหลายๆ รูปแบบ  เช่น  ขณะที่กล้ามเนื้อหรือร่างกายผ่อนคลาย  ช่วงเวลาที่ง่วงนอน  ก่อนหลับหรือหลับใหม่ๆ  เวลาทำอะไรเพลินๆ จนลืมสิ่งรอบๆ ตัว  เวลาสบายใจ  เวลาอ่านหนังสือหรือจดจ่อกับกิจกรรมใด ๆ อย่างต่อเนื่องในระยะเวลาหนึ่ง  และการเข้าสมาธิในระดับภวังค์ที่ไม่ลึกมาก 

 

                       จากลักษณะดังกล่าว  ช่วงคลื่นอัลฟ่าจะเป็นประตูไปสู่การทำสมาธิในระดับลึก และถือว่าเป็นช่วงที่ดีที่สุดในการป้อนข้อมูลให้แก่จิตใต้สำนึก  สมองสามารถเปิดรับข้อมูลได้อย่างเต็มที่และเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว มีความคิดสร้างสรรค์  เป็นสภาวะที่จิตมีประสิทธิภาพสูง  ในทางการแพทย์และจิตศาสตร์เองก็ถือว่าสภาวะนี้เป็นหัวใจของการสะกดจิตเพื่อการบำบัดโรค  โดยหากจะตั้งโปรแกรมจิตใต้สำนึกก็ควรทำในช่วงที่คลื่นสมองเป็นอัลฟ่า ในคนทั่วไปเองก็ควรฝึกฝนตนเองให้สมองทำงานอยู่ในช่วงคลื่นอัลฟ่าเป็นประจำเช่นเดียวกัน  เพราะจะช่วยสร้างความผ่อนคลาย   ร่างกายจะไม่ทำงานอยู่บนฐานแห่งความกลัวหรือวิตกกังวล  แต่จะมองชีวิตอย่างสนุกสนาน มีความรู้สึกอยากเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ  หรืออยากสำรวจโลกแบบเด็ก ๆ แต่คนส่วนใหญ่มักจะขาดการฝึกฝนให้ตนเองมีคลื่นสมองชนิดนี้  และมักปล่อยให้อารมณ์อัตโนมัติตอบสนองต่อสิ่งเร้าต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว  ขาดการคิดใคร่ครวญด้วยระยะเวลาอันเหมาะสมก่อน  หากเรามีการฝึกฝนจิตให้ตื่นรู้เช่นเดียวกันกับแนวทางการปฏิบัติธรรมในพุทธศาสนา  คลื่นอัลฟ่านี้จะถูกบ่มเพาะให้เข้มแข็งขึ้น  สามารถรื้อโปรแกรมอัตโนมัติเก่า  สร้างโปรแกรมอัตโนมัติใหม่ ๆ ได้

 

                     3.  คลื่นเธต้า (Theta brainwaves) มีคลื่นความถี่ประมาณ 4 - 11 รอบต่อวินาที (Hz) เป็นช่วงคลื่นที่สมองทำงานช้าลงมาก  พบเป็นปรกติในช่วงที่คนเราหลับ  หรือมีความผ่อนคลายอย่างสูง แต่ในภาวะที่ไม่หลับคลื่นชนิดนี้ก็เกิดขึ้นได้เช่นกัน  เช่น ขณะอยู่ในการภาวนาสมาธิที่ลึกในระดับหนึ่ง การเข้าสู่สภาวะนี้จะใกล้เคียงกับคลื่นสมองในสภาวะอัลฟ่า  คือ  มีความสุข  สบาย ลืมความทุกข์  แต่จะมีความปิติสุขมากกว่า  สภาวะนี้มีความเชื่อมโยงกับการเห็นภาพต่าง ๆ สมองในช่วงคลื่นเธต้าจะเปรียบเสมือนแหล่งเก็บแรงบันดาลใจ  ความคิดสร้างสรรค์ที่อยู่ในความจิตใจส่วนลึกของเรา  จึงเป็นคลื่นสมองที่สะท้อนการทำงานของจิตใต้สำนึก (Subconscious Mind) อันเป็นการทำงานของเนื้อสมองส่วนใหญ่ของมนุษย์  ระดับพฤติกรรมภายใต้ความถี่ของของคลื่นเธต้าเป็นลักษณะที่บุคคลคิดคำนึงเพื่อแก้ปัญหา  พบได้ทั้งลักษณะที่รู้สำนึกและไร้สำนึก  ปรากฏออกมาเป็นความคิดสร้างสรรค์  เกิดความคิดหยั่งเห็น(Insight) มีความสงบทางจิต  และมองโลกในแง่ดี  เกิดสมาธิแน่วแน่และเกิดปัญญาญาณ  มีศักยภาพสำหรับความจำระยะยาวและการระลึกรู้


                 4.  คลื่นเดลต้า (Delta brainwaves) มีความถี่ประมาณ 0 – 4 รอบต่อวินาที(Hz)  เป็นคลื่นสมองที่ช้าที่สุด  สภาวะนี้จะทำให้ร่างกายเกิดความผ่อนคลายในระดับที่สูงมาก  เป็นคลื่นสมองที่ทำงานเชื่อมต่อกับส่วนที่เป็นจิตไร้สำนึก(Unconscious mind) เช่น  ในขณะที่ร่างกายหลับลึกโดยไม่มีการฝัน  หรือเกิดจากการเข้าสมาธิลึกๆ ในระดับฌาน  ในช่วงนี้คลื่นสมองแสดงให้เห็นว่าร่างกายกำลังดื่มด่ำกับการพักผ่อนลงลึกอย่างเต็มที่    เปรียบได้กับการประจุพลังงานเข้าสู่ร่างกายใหม่  ผู้ที่ผ่านการหลับลึกในช่วงเวลาที่พอเหมาะพอดีจะรู้สึกได้ถึงความสดชื่นกระปี้กระเปร่ามากเป็นพิเศษเมื่อเปรียบเทียบกับผู้ที่นอนหลับไม่ค่อยสนิท  และสำหรับผู้ที่ทำสมาธิอยู่ในระดับฌานลึก ๆ  เมื่อออกจากสมาธิแล้ว  ก็จะยังคงติดรสแห่งปิติสุข  ทำให้เกิดความสุขใจ  มีใบหน้าผ่องใสเต็มอิ่มไปด้วยความสุขสดชื่นเช่นเดียวกัน 

              

                     นอกจากนี้สมองยังแบ่งการทำงานออกเป็นซีกซ้ายและซีกขวา และคลื่นสมองทั้งสองด้านยังมีการขึ้นลงเป็นอิสระต่อกัน  ทำให้ความถี่แตกต่างกัน  แต่นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า  ในระหว่างการฝึกจิตทำสมาธิ  จะส่งผลต่อการปรับความถี่ของสมองทั้งสองด้านให้ขึ้นลงเหมือนกัน กราฟของคลื่นสมองทั้งสองด้านมีรูปร่างคล้ายตุ๊กตา เป็นลักษณะที่เรียกว่า Synchronization ซึ่งการเกิด Synchronization นี้  จะทำให้เกิดพลังจิตที่เพิ่มขึ้นในมนุษย์  เป็นภาวะพิเศษแห่งการตื่นรู้ของจิต (Awakened Mind) นักวิชาการทางการแพทย์  และผู้ศึกษาและพัฒนาจิตเพื่อ สุขภาพ  กล่าวว่า “  เมื่อเราสามารถเข้าไปสู่ ’จิตใต้สำนึก’  หรือถึงระดับ ’จิตไร้สำนึก’ ได้บ่อยๆ โดยที่มี ‘จิตสำนึก’ กำกับอยู่ ก็จะ ’จำได้’ และสามารถลงไปสู่แหล่งข้อมูลมหาศาลได้บ่อยมากขึ้นเร็วมากขึ้น  ข้อมูลที่ได้จาก ’จิตใต้สำนึก’ และ ’จิตไร้สำนึก’ นั้น  เป็นข้อมูลที่ถูกต้องแม่นยำ  จะออกมาในลักษณะที่เรียกว่า ‘ญาณทัศนะ’  (Intuition) หรือ ‘ ปิ๊งแว๊บ ’  หรือ ‘ ยูเรก้า ’  ซึ่งเป็นชุดภาษาอีกแบบหนึ่งที่อาจจะไม่ใช่คำพูด  แต่มีความพอเหมาะพอดีแบบที่คาดไม่ถึง “

 

                     เราได้เรียนรู้ว่าขณะที่สมองทำงานอยู่ในช่วงคลื่นอัลฟ่า  เธต้า  และเดลต้า  จะช่วยให้เราผ่อนคลายและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น  แต่สภาวะปัจจุบันเกือบทุกสิ่งรอบตัวต่างเต็มได้ด้วยความเร่งด่วน  นับตั้งแต่ลืมตาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า  เราก็อยู่ในโลกแห่งความเร่งรีบเสียแล้ว  ชีวิตมีแต่การบ่มเพาะว่าทุกอย่างต้องรวดเร็ว  หากช้าจะไม่ทันการณ์  สมองของคนส่วนใหญ่จึงทำงานอยู่ในเฉพาะช่วงคลื่นเบต้าเป็นหลัก  ในขณะเดียวกันเราก็ปล่อยให้การสั่งการของโปรแกรมอัตโนมัติทางอารมณ์ทำงานไปตามยถากรรมแบบดีบ้างไม่ดีบ้าง คุ้มดีคุ้มร้ายสุดแต่ว่าจะมีอะไรเข้ามากระทบ เราขาดการฝึกฝนจิตให้มีความชำนาญในการคิดอย่างใคร่ครวญก่อนตอบสนอง 

 

                     จะเห็นว่าในทางปฏิบัติ  เรื่องสำคัญอันดับแรกที่จะทำให้เราปรับคลื่นสมองได้ คือ  เราต้องรู้ตัวและฝึกการรับรู้อารมณ์ให้ได้ก่อน มีเทคนิคที่สามารถนำมาใช้ได้ตลอดเวลาในการดำเนินชีวิตประจำวันของเรา จากหนังสือชื่อ“บายพาสอารมณ์” ของ นพ.วิธาน  ฐานะวุฑฒ์  ได้ให้แนวคิดว่า ตลอดเวลาที่เราตื่นกันอยู่ประมาณ 16 ชั่วโมงต่อวันนั้น  เราเคยสนใจลมหายใจของเราหรือไม่  ง่ายๆ  แค่ว่ารู้ตัวว่าเราหายใจเข้า  รู้ตัวว่าเราหายใจออก  ก็นับเป็นจุดเริ่มต้นเส้นทางใหม่ของปฏิกิริยาชีวเคมีในสมองแล้ว  การฝึกรับรู้ลมหายใจนี้เป็นแบบฝึกหัดเริ่มต้นแบบง่ายๆ ในขณะที่การฝึกรับรู้อารมณ์จะยากกว่า  แต่ถ้าเราฝึกตัวรู้เรื่องลมหายใจได้ก็เสมือนได้พัฒนาช่องทางการรับรู้อื่นด้วย  ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นพุทธศาสนา  โยคะ  ซี่กง  จึงเน้นความสำคัญเรื่องการฝึกลมหายใจเหมือนกัน

                     ในการฝึกรับรู้อารมณ์นี้  นพ.วิธาน  แนะนำว่าให้ลองเฝ้าดูอารมณ์ที่เกิดขึ้น  โดยใช้วิธีสมมติว่ามีตัวเราอีกคนหนึ่ง  กำลังเฝ้าดูตัวเราคนที่ที่กำลังมีอารมณ์นั้น ๆ หากเป็นอารมณ์ในทาง ”บวก” หรืออารมณ์ ”กลาง” ก็ให้เฝ้าดูและดื่มด่ำกับอารมณ์นี้อย่างรู้ตัว   ไม่หลงระเริงไปกับมัน     แต่ถ้าเป็นอารมณ์

”ลบ” ก็เพียงเฝ้าดูอีกเช่นกัน  เสมือนหนึ่งการชำเลืองดูลูกน้อยที่กำลังทำผิดโดยที่ไม่ไปทะเลาะด้วย  พยายามให้ความสำคัญกับตัวเราคนที่เฝ้าดู  อย่าไปโฟกัสกับตัวเราคนที่กำลังเกิดอารมณ์โกรธ  วิตกกังวล  หรืออารมณ์ไม่ดีอยู่ในขณะนั้น  ด้วยหลักการของพลังงานมีขึ้นลง    ไม่จำเป็นต้องระเบิดเพื่อระบายอารมณ์  ในที่สุดตัวเราคนที่กำลังโกรธจะค่อยๆคลายไปเอง  การสร้างเส้นทางใหม่ของอารมณ์นี้จะค่อยๆเปลี่ยนพลังด้านลบออกไปเป็นพลังด้านบวก  เพียงเฝ้าดูแบบยิ้มๆ เท่านี้เอง   วิธีนี้ทางพุทธศาสนามีมากว่าสองพันปีแล้ว  และเป็นเส้นทางที่ได้ผลดีมาก   แต่เราต้องใช้ความพยายามในการฝึกฝนบ่อยๆ  ต้องใช้เวลาอาจได้บ้างไม่ได้บ้างในระยะแรก ๆ  แต่ถ้าทำบ่อย ๆ จะเกิดความชำนาญขึ้นเอง  โดย นพ.วิธาน     ให้ข้อคิดว่า  ทุกวันนี้เราต่างมีเวลาสร้างสิ่งต่าง ๆ ให้เกิดขึ้นมากมาย  ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราจะสร้างเส้นทางใหม่ให้กับอารมณ์ของเราเอง  และเทคนิคในการเฝ้าดูอารมณ์ของตนเองนี้  เปรียบเสมือนการ”ล้างพิษหรือดีท็อกซ์”ของจิตใจที่ดีมากวิธีหนึ่ง

 

                     ความเข้าใจกลไกการทำงานแห่งโลกภายในตนเอง  มีส่วนอย่างมากในการช่วยให้มนุษย์สามารถพัฒนาจิตใจและคุณภาพภายใน  และเป็นเรื่องที่ไม่ได้แยกขาดจากการดำเนินชีวิตของเราแต่อย่างใด เมื่อนำไปประกอบกับวิชาความรู้ที่เราศึกษาเพิ่มเติมจากโลกภายนอก จะทำให้ความรู้ของมนุษย์เกิดความสมดุล  สามารถระลึกรู้และใช้ปัญญากำกับได้   ดังนั้นไม่ว่าใครจะมีบทบาทอยู่ในหน้าที่ใดในสังคม  ก็จะสามารถเลือกใช้วิชาการต่างๆ ที่เป็นประโยชน์มาประสานเชื่อมโยงกันอย่างชาญฉลาด   ภายใต้ความเมตตาและจิตสำนึกต่อส่วนรวม 

 

 

โดยภรรยานายไปล่ -ปาริฉัตต์ ศังขะนันทน์

 

เอกสารอ้างอิง

1.      นพ.วิธาน  ฐานะวุฑฒ์,  บายพาสอารมณ์, กรุงเทพฯ, สำนักพิมพ์ศยาม, 2547

2.      นพ.วิธาน ฐานะวุฑฒ์, จิตตปัญญาศึกษากับคลื่นสมอง. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่  25 กันยายน 2549] เข้าถึงได้จาก :http://ww.siamsewana.org/

3.      ภาวะของคลื่นสมอง. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่  25  กันยายน  2549]เข้าถึงได้จาก : http://www.websamba.com/mindbody

4.      Brain  Waves. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่  3  ตุลาคม  2549] เข้าถึงได้จาก: http://web.lemoyne.edu/~

Hevern/psy340.09.02.stages.sleep.html

5.      ThetaHealing  Four Types of Brainwaves. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่  25 กันยายน  2549] เข้าถึงได้จาก :http://www.thetahealing.ca/what/waves.html

6.      The Work : The Awakened Mind [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่  26  กันยายน  2549] เข้าถึงได้จาก : http://www.annawise.com/the_work/the_work_content.html

7.      Electroencephalography. [ออนไลน์] [อ้างถึงวันที่  27 กันยายน  2549] เข้าถึงได้จาก :

       http://en.wikipedia.org/wiki/Brain_wave




คิดใหม่ชนะใจตน

กรรมฐานกับคุณภาพชีวิต
พระพุทธพจน์: แก่นแท้พระพุทธศาสนา
ลงมือปฏิบัติ คือ หัวใจของการศึกษาธรรมะ article
หลวงพ่อจรัลสอนกรรมฐาน article
อะไรคือการเจริญวิปัสสนากรรมฐาน
รวมภาพพระบรมสารีริกธาตุ
ปรากฏการณ์ใหม่..ในกรุงเทพ ต่อการปฏิบัติธรรม
อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ พูดถึง ศาสนาพุทธ
ทำบุญออนไลน์ รอรับได้เลย
รวมภาพพระอรหันตธาตุสมัยปัจจุบัน
รวมภาพพระอรหันตธาตุสมัยพุทธกาล
กรรมฐานแก้เครียด
ชีวิตหลังความตาย.......คุณเชื่ออย่างไร?



Copyright © 2010 All Rights Reserved.