ReadyPlanet.com
dot dot
dot
คำสอนกรรมฐานจากพระพุทธโอษฐ์
dot
bulletมนุษย์ถือเอาที่พึ่งผิดๆ เป็นสรณะ
bulletอริยมรรคมีองค์แปด
bulletพระมหาสติปัฏฐานสูตร
bulletกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ
bulletพรหมจรรย์แห่งพระพุทธศาสนา
bulletทางออกจากวัฏฏะสงสาร
bulletปฎิบัติอย่างไรจึงทำที่สุดทุกข์ได้
dot
แผนที่ เข็มทิศ ชัยภูมิ การปฏิบัติธรรม
dot
bulletบูชาพระรัตนตรัย
bulletพระตถาคตเจ้า เกิดขึ้นแล้วในโลก
bulletสัมมาทิฏฐิ
bulletสติปัฏฐาน ๔
bulletวิธีการปฏิบัติธรรม
bulletวิธีการกำหนดรู้
bulletอริยสัจ 4
bulletพระไตรลักษณ์
bulletปฏิจจสมุปบาท
bulletเพชรในหัวคางคก
bulletพระสารีริกธาตุ-ปัจเจกพุทธเจ้า
bulletพระอรหันตธาตุสมัยพุทธกาล
bulletพระอรหันตธาตุสมัยปัจจุบัน
dot
ว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติธรรม
dot
bulletสมาทานศีล ๘
bulletคำขอกรรมฐาน
bulletคำลากรรมฐาน
bulletคำขอขมา
bulletดวงจิตผู้รู้อยู่ (หลวงปู่สิม)
bulletทวนกระแสจิตมาสู่ดวงจิตผู้รู้
bulletวิธีปฏิบัติธรรมหลวงปู่ดูลย์
bulletธาตุแห่งความว่าง
bulletการอ่านหรือฟังธรรมให้เป็นธรรม
bulletเครื่องตามรักษา 5 ประการ
bulletการประสารความขัดแย้งภายใน
dot
ข้อคิด-คติธรรม หลวงปู่มั่น
dot
bulletวัตรปฏิบัติ
bulletอุบายปัญญา
bulletโอวาทธรรม
bulletอธิบายธรรม จิตเดิม
bulletอธิบายธรรม อกิริยา
bulletอธิบายธรรม สัตตาวาส ๙
dot
ข้อคิด คติธรรม หลวงปู่ดูลย์
dot
bulletธรรมโอวาท
bulletปรารภธรรมะเรื่องอริยสัจสี่
bulletรู้ให้พร้อม
bulletแนวปฏิบัติที่ถูกต้องและง่าย
bulletเต่า กับ ปลา
bulletผลคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน
bulletนักปฏิบัติลังเลใจ
bulletตื่นอาจารย์
bulletสิ้นชาติขาดภพ
dot
การเดินทางของนายไปล่
dot
bulletวิธีทำสมถะวิปัสสนา
bulletปฏิเวธธรรม จากประสบการณ์
bulletบันทึกธรรม จากประสบการณ์
bulletธรรมะ กับ ชีวิตประจำวัน
bulletกลางโลกียะ สู่ กลางโลกุตตระ
bulletปล่อยวางความว่าง
bulletทางสู่พระนิพพาน
bulletอนัตตา
dot
เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม
dot
bulletบาปทางใจ
bulletไม่ต้องการสวรรค์
bulletหัวอกพ่อแม่
bulletวัยบาป
bulletวิญญาณคะนอง
bulletปากมนุษย์
bulletโทษของความโลภ
bulletนี่แหละผลกรรม
bulletเมตตา-กรุณา
bulletความฝันลุงยุ้ย
bulletเปรตหลวงพ่อขำ
bulletอานิสงส์ของการสวดพุทธคุณ
bulletสมาธิรักษาโรค
bulletวิญญาณรายงานตัว
bulletหญิงสองร่างนางสองชาติ
bulletใช้หนี้กรรม
bulletตายจากคนไปเกิดเป็นวัว
bulletบวช-ช่วยเตี่ยขึ้นจากนรก
bulletใช้หนี้กรรมสุนัข แมว
bulletตาเคลิ้ม
bulletอานิสงส์ สร้างพระพุทธรูป
bulletอดีตชาติ
bulletเรื่องจริงของการเวียนว่ายตายเกิด
dot
วัดรัตนคูหา ถ้ำผากล้วย แม่เมาะ
dot
bulletแผนที่ไปวัดรัตนคูหา(ถ้ำผากล้วย)
bulletพาแอ่วชุมชน ชมวิถีคนแม่เมาะ
dot
มุมกิจกรรม-ชมรมคนใจสบาย
dot
bulletทานบารมี
bulletภาพกิจกรรมชมรมคนใจสบาย
bulletข่าวชมรมคนใจสบาย
bulletถวายกุฎิคุณากโร ณ วัดรัตนคูหา
bulletไหว้พระดี แดนอีสาน
bulletร่วมสร้างอุโบสถวัดรัตนคูหา
bulletถวายกุฏิกรกช ณ วัดรัตนคูหา
bulletซื้อและติดต้ังปั๊มน้ำบาดาลให้วัด
bulletช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ
bulletสนทนาธรรมกับหลวงพ่อหล
bulletถวายผ้าป่าวัดเขาน้อยปัจเจกธรรม
bulletถวายสังฆทานวัดป่าบ้านโคกเต่า
bulletFacebook รวมภาพกิจกรรม
bulletวิธีป้องกันภัยจากรถสาธารณะ
bulletรักษาตาฟรี ถวายในหลวง
bulletโครงการผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
bulletขาเทียมฟรี สำหรับผู้พิการขาขาด
dot
นิทานธรรมะ
dot
bulletแพะระลึกชาติ
bulletคลั่งนิพพาน
bulletฝังลูกนิมิต
bulletอยากได้สวรรค์
dot
ธรรมบท แห่งความดี
dot
bullet ตนเป็นที่พึ่งของตน
bulletโสดาปัตติผล
bulletยมกปาฏิหาริย์
bulletสัตว์โลกมืดบอด
bulletประโยชน์ของตน
bulletผู้เกิดมาเพื่อฆ่าตนเอง
bulletไม่ได้ทรัพย์เมื่อหนุ่ม
dot
Newsletter

dot




บวช-ช่วยเตี่ยขึ้นจากนรก

ช่วยเตี่ยขึ้นจากนรก

 

วันนี้จะชี้แจงให้โอวาท ปลูกศรัทธาให้ก่อน เหมือนปลูกต้นไม้รดน้ำพรวนดิน ใส่ปุ๋ยมันจึงจะงาม ท่านทั้งหลายโปรดปลูกความเชื่อให้มีจิตใจตั้งมั่น ให้มีกุศล ไม่อย่างนั้นเราไม่มีศรัทธา ทำด้วยความเคารพ ทำด้วยจิตสงบ ทำด้วยความถูกต้อง ทำด้วยปัญญาของตนโปรดฟังโอวาทสืบต่อไป ณ บัดนี้

ท่านที่รักทั้งหลาย ที่เรามาบวชเรียนกันเรียกคำกลางๆ ว่า บวชแยกประเภทไปเป็นบรรพชา อุปสมบท เราจะบวชเป็นพระภิกษุจะผ่านการบรรพชาก่อน เรียกว่าสามเณร

โบราณท่านพูดไว้ บวชเณรให้แม่ บวชพระให้พ่อ เขาพูดกันอย่างนั้น เรามานึกดูว่าทำไมหนอบวชเณรจึงให้แม่ บวชพระให้พ่อ

เราจะเห็นล้านนาไทย มีลูกแก้วลูกขวัญตัวเล็กๆ น้อยๆ ปู่ย่าตายายรับมิ่งขวัญ ลูกเกิดมาเป็นชาย เขาเรียกลูกแก้วลูกขวัญ ลูกที่จะดำรงวงศ์ตระกูลต่อไป

บรรพชาเป็นสามเณรล้านนาไทย เขาจะแห่รอบบ้าน ขี่คอแต่งตัวเหมือนเทวดา  ว่าบ้านนี้มีชายโสภา ลูกดีมีปัญญา ลูกแก้วลูกขวัญแห่กันรอบหมู่บ้านของตน

เข้ามาวัดแห่มา ญาติวงศ์พงศามากมายเป็นการรับมิ่งชิงขวัญว่าลูกแก้วลูกขวัญยังเด็กเล็กนัก มาบรรพชาเป็นสามเณร คนแก่คนเฒ่าก็มารับมิ่งชิงขวัญ เชิญบายศรีขึ้นหลัก ดอกไม้นานาชนิด และเอาด้ายสายสิญจน์มาผูกมือลูกหลานรับมิ่งชิงขวัญ เรียกสามเณรแก้วสามเณรขวัญ จะดำรงวงศ์ตระกูลเขาต่อไป

นี่แหละพ่อแม่ครั้งโบราณรักลูกอย่างนี้ เขาก็ต้องให้ลูกดีตั้งแต่ลูกหัวเท่ากำปั้นเล็กๆ ไม่ใช่มาวิ่งเล่นกัน

วันนี้เขามาเล่าเองนะ เขามาเห็นเณรเขาดีใจ ยังไม่ทันบวชได้กี่วันเลยเรียบร้อย อาตมาดีใจมากตรงนี้ซิ น่าศรัทธาของประชาชนมาเห็นพ่อเณรพ่อพระเรียบร้อย

มีทั้งครูอาจารย์สอนบาลีสร้างความดีในปริยัติ แต่ปฏิบัติไม่มียังไม่ได้ ต้องมีทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติการ

ภาคทฤษฎีคือ วิชาการที่เรียนตัวหนังสือ ภาคปฏิบัติการก็เรียกว่าปฏิบัติตามตัวหนังสือ ปฏิบัติตามวิชาการภาคทฤษฎีนั่นเอง

อาตมาดีใจที่เขามาเลี้ยงเพลกันในวันนี้ เขาถามว่า “หลวงพ่อ! บวชได้กี่วัน”

อาตมาตอบว่า “เมื่อวานนี้เอง”

เขาบอกว่า “โอ้! เรียบร้อยดีนี่”

พูดเท่านี้อาตมาชื่นใจ ดีใจมาก ได้สามเณรแก้ว สามเณรขวัญมิ่งขวัญคือความดีมีปัญญา

สิริ แปลว่า มิ่งขวัญ เราเกิดสิริแล้ว พ่อเณรมีสิริมิ่งขวัญมงคลที่เราจะสร้างกุศลกันนี่ดีมาก ขอโปรดปฏิบัติตามครูอาจารย์อีกด้วย

สารเณรแก้ว คือแก้วสารพัดนึก แก้วเจียระไน เรามาบวชเณรก็มาเจียระไนแก้วให้ใส ให้แวววาว เจียระไนตรงไหน ก็มาฟังวิทยากรมาฟังคณาจารย์ และพี่เลี้ยงทุกท่าน ก็ช่วยพ่อเณรทำแก้วให้ใสสะอาด เจียระไนให้มันแวววาว แก้วเจียระไนราคาแพง ไม่มีขุ่น ไม่มีฟอง

เจียระไนก็คือ บวชเรียนปฏิบัติธรรม ครูอาจารย์มาก็เจียระไนสารเณรแก้วก็แวววาวระยับ จับหางตาคน

เณรแก้วเณรสิริมิ่งขวัญเกิดแล้ว ถ้าแก้วไม่ดีแก้วไม่เจียระไนแก้วมัน ไม่มีมิ่งขวัญมงคล ไม่ใช่ลูกมิ่งขวัญ ไม่ใช่ลูกแก้ว เป็นลูกลิงค่าง บ่าง ชะนี หาดีไม่ อย่าเป็นลิงนะ

เณรแก้วก็คือปฏิบัติธรรมฟังครูอาจารย์ แล้วก็ปฏิบัติตามเป็นการเจียระไนแล้ว เหมือนเพชรมีหลายเหลี่ยม ส่องแสงแวบวับ

เหมือนเรามีวิชาความรู้ ปฏิบัติธรรมได้ จะมีหลายเหลี่ยมส่งแสงออกระยิบระยับ

พระภิกษุก็เช่นเดียวกัน บวชในพระศาสนาก็คือ บวชเรียนบวชปฏิบัติ ไม่ใช่บวชกินกับนอน บวชคอยงาน บวชสังขารเสื่อม แต่บวชด้วยเลื่อมใส ต้องอดทนต่อสู้ มาเจียระไนเช่นเดียวกัน

โบราณล้านนาไทย เวลาบวชพระภิกษุ บรรลุนิติภาวะแล้วดีแล้วรู้แล้วไม่ต้องไปแห่ ไม่ต้องมาให้พรมาก

จะเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า มีเถิดเทิงเทิ้งบ่อง เอานาคขี่คอแล้วเต้นไปเป็นบาป ขอเรียนพระภิกษุนวกะไว้แล้ว เป็นบาปนะ

เขตพัทธสีมาเป็นที่เคารพ ทำไมเอาเหล้าไปกิน เอาเทิ้งบ่องไปแห่ แอ่นหน้าแอ่นหลัง ล้อเลียนพระพุทธเจ้าเป็นบาปที่สุด

เข้าเขตการเคารพคือเขตพุทธาวาส เป็นที่ประทับของพระพุทธเจ้า ต้องถอดรองเท้า หุบร่ม ต้องห่มผ้า อย่างนี้เป็นการแสดงความเคารพ

นี่เราถือเป็นกรณีพิเศษ ถ้าฝ่าฝืนขืนกระทำแสดงว่าไม่เคารพพระบรมครูศาสดาสัมมาสัม-พุทธเจ้า ขาดการเคารพ ไม่ได้บุญ ไม่ได้ความดีด้วย แค่การเคารพกันยังทำไม่ได้ ไหนเลยล่ะจะไปเรียนวิชาตรงไหน

ไม่เคารพครูบาอาจารย์ ไม่เคารพสถานที่ที่เป็นพุทธาวาสเปรียบประติมากรรมแทนพระพุทธเจ้า จะเอาคำสั่งสอนตรงไหน มันจะไม่มีศรัทธา

ต้องปลูกศรัทธา ปลูกความเชื่อ พอใจอดทน ถึงจะสร้างกุศลในการบวชนี้ได้

อธิกุศล แปลว่า เอาบุญมาใส่ใจตนเอง คือการบวชนี่เองไม่ใช่บวชสงเคราะห์ เราจะสงเคราะห์คนอื่นอย่างไรก็ตาม ยังใช้ไม่ได้ต้องสงเคราะห์ตัวเองก่อน ช่วยตัวเองก่อน เรียกว่าบุญ อธิกุศล

โดยเฉพาะชายชาติเชื้อ ที่พ่อเณรมาบวชกันนี้ พ่อเณรได้ด้วยตนเอง พระภิกษุนวกะได้ด้วยตนเอง พ่อแม่ปู่ย่าตายายเขาไม่ได้รับผิดชอบให้กันได้ แต่ลูกเณรได้ลูกพระได้ ยกตัวอย่างถวายได้แล้วด้วยความศรัทธา ด้วยความเชื่อ ด้วยความเลื่อมใสแล้ว พ่อแม่ดีใจไหม พ่อแม่รักลูกคิดปลูกฝัง ให้ลูกตั้งตนฝึกรีบศึกษา ให้ลูกได้ดีมีวิชา ให้ลูกได้ตั้งตนเป็นคนดี

พอได้ทราบว่าลูกเณรดี ขยันดี เรียนหนังสือดี บวชแล้วได้ดีพ่อแม่ตื้นตันน้ำตาไหล ดีใจมาก

ปีที่แล้ว พ่อแม่ของพ่อเณรมานั่งฟังพระ ลูกเณรของเขาเป็นองค์ยถาสัพพี เขาน้ำตาร่วง สะอึกสะอื้นเลย

อาตมาถามว่า “โยม เป็นอะไรผีเข้าหรือ”

เขาบอกว่า “โอ้โฮ! หลวงพ่อเอ๋ย ฉันไม่รู้เลยว่า ลูกเณรฉันสวดยถาสัพพีได้ ฉันตื้นตันใจมาก”

อย่างนี้ซิพ่อแม่ได้ พลอยได้กับลูก อย่างนี้นะ

พ่อเณร พ่อพระ สนใจศรัทธาเชื่อมั่นด้วยตนเอง อดทนต่อสู้ด้วยตนเองแล้ว รับรองโยมของพ่อเณรตื้นตัวใจ

สมัยก่อน  พ่อแม่เขาทำบุญ จะต้องดูแต่ลูกเณรของเขาเท่านั้นนี่แหละบวชแทนคุณอันหนึ่ง เห็นผ้าเหลืองขึ้นก็ชื่นใจ

ภิกษุนวกะที่รัก พ่อแม่เห็นภิกษุสร้างความดีอุทิศส่วนกุศลให้บิดามารดา โยมพ่อโยมแม่มาก็ชื่นใจ ตรงนี้เป็นผลได้ด้วยการบวชพ่อแม่จะดีใจอย่างลึกซึ้ง

เมื่อ ๓๐ ปีมาแล้ว คนข้างวัดอัมพวันนี้ เอาลูกมาบวช พ่อแม่ไม่เคยทำบุญ หาแต่ปลา ดับปลาไหลบ้าง พอลูกบวชเข้าก็จูงพ่อแม่เข้าวัดได้

พ่อแม่มาตอนแรกก็เขิน ไม่เคยตักบาตรก็ได้ตักบาตร ไม่เคยทำบุญก็ได้ทำบุญ ตรงนี้เป็นผลพลอดได้ข้อหนึ่งของพ่อพระพ่อเณร

ลูกเณรลูกพระ พระภิกษุนวกะเราช่วยพ่อแม่ได้มาก ช่วยพ่อแม่ให้หายจากตกนรกได้ จะยกตัวอย่างให้ฟังว่าช่วยพ่อได้อย่างไร อยู่ใต้วัดนี่เอง เป็นตัวอย่างเรื่องจริง

มีตาแป๊ะแก่คนหนึ่งชื่อ อาฮวด แซตั้ง ไว้หนวดยาว เป็นอากรหนองทำสัมปทานกับรัฐบาล หาปลาอยู่ทางทิศตะวันออกของวัดอัมพวัน เรียกว่าบางชัน เดี๋ยวนี้น้ำแห้งหมดแล้ว และเลี้ยงหมูเป็นร้อยตัว

มีลูกชื่อ อาเฮง ยังเล็กนัก อายุ ๘-๙  ขวบ ต้องไปเก็บผักบุ้งมาเลี้ยงหมู

เตี่ยฮวดก็ไม่อยากทำบุญ ใครมาเรี่ยไรก็ทำสลึงนึง บอกภรรยาโบ้ว่าทำสลึงเดียว แต่สมัยก่อนสลึงนึงก็หายากแล้ว

ก๋วยเตี๋ยวชามละ ๓ สตางค์ สมัยก่อนข้าวเกวียนละ ๒๐ บาท ทองคำหนักบาทละ ๒๐ บาท

อาเฮงยังเด็กเล็กนัก ขี้เกียจไปเก็บผักบุ้งมาเลี้ยงหมู อาเตี่ยฮวดก็บังคับลูก

อาตี๋เฮงโตขึ้นอายุ ๑๓-๑๔ ปี ติดเรียนหนังสือจีน หนังสือไทยพูดภาษาจีนได้

อาเฮงหนีไปบวชเณร เพราะขี้เกียจเลี้ยงหมู อาฮวดตามไปว่าเพราะไม่มีศรัทธาเลย บอกว่า

“อาเฮงเอ๊ย มาบวชเณรทำมาย ไปขอข้าวชาวบ้านกิน ข้าวเรามีกินเยอะแยะ สึกเดี๋ยวนี้” แล้วดึงมืออาเฮงตกใต้ถุนไป อาเฮงลุกได้ห่มผ้าแล้วก็วิ่งออกจากวัด หนีออกทางหลังวัด

อาฮวดก็บอกกับสมภารว่า “อาสมภารเอ๊ย อาเฮงกลับมาสึกให้อั๊วนะ อย่าให้มันบวชนะ บวชกินข้าวสุกวัด ข้าวปลาอั๊วมีเยอะแยะเงินทองอั๊วมีมากมาย อย่าให้บวชนะ สมภารไม่ดี เอาลูกอั๊วมาบวชได้”

สมภารก็พูดว่า “โยมฮวด ก็อาเฮงเขามีศรัทธา เขาท่องหนังสือเก่งไม่ใช่ว่ามาถึงอาตมาจะบวชให้เมื่อไร เขามาอยู่วัดเป็นเดือนแล้วนะและอาตมาก็ถามแล้วว่า “หนูพ่อแม่อนุญาตหรือเปล่า” เขาก็ตอบว่า “อนุญาตครับ” อาตมาก็ไม่ทราบนี่ เห็นว่าเด็กมีศรัทธา

เด็กตัวนิดเดียวอายุ ๑๔ ขวบ ท่องหนังสือได้หมดภายในไม่กี่วัน แถมสวดมนต์ได้ด้วยเลยอาตมาก็ยืนยันกับอาตี๋เฮงว่า “ถ้าอยากบวชท่องให้ได้หมด” อาเฮงท่องหมดเลย

อาเฮงอายุ ๑๔ ปี ท่องเจ็ดตำนานจบ ท่องพิจารณา ยถาปัจจยังจบ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆ-คุณ พาหุงมหากาจบ นี่อาฮวด เอ๋ยอาตมาจึงบวชให้เขา เพราะเขามีศรัทธา เขามีความเชื่อง เขาเลื่อมใสพุทธศาสนาตั้งแต่เป็นเด็กๆ

“อาฮวดให้เขาบวชเถอะ”

“ไม่ล่าย ไม่ล่าย ถ้าอาสมภารไม่สึกให้อั๊ว น่าดูนะ วันหน้าอั๊วมาใหม่ เพราะอั๊วจะไปเลี้ยงหมู”

อาฮวดก็กลับไปที่บางชัน ไม่เลี้ยงหมู

อยู่ได้ ๗ วันอาเฮงไม่สึก อาฮวดก็ไปต่อว่าสมภารอีก “อาสมภารเอ๊ย ลื้อสัญญากับอั๊วว่าจะสึกให้”

สมภารก็บอกว่า “เฮ้ย! โยมฮวดเอ๊ย ก็เขามีศรัทธา ตอนนี้กำลังนั่งเจริญพระกรรมฐาน”

อาฮวดก็บอกว่า “พระกรรมฐานอะไรฮะ ก็เขามีศรัทธา ตอนนี้กำลังนั่งเจริญพระกรรมฐาน”

อาฮวดก็บอกว่า “พระกรรมฐานอะไรฮะ พระกรรมฐานตรงไหนฮะ”

สมภารก็บอกว่า “เฮ้ย! โยมฮวดเอ๊ย ก็เขามีศรัทธา ตอนนี้กำลังนั่งเจริญพระกรรมฐาน”

อาฮวดก็บอกว่า “พระกรรมฐานอะไรฮะ พระกรรมฐานตรงไหนฮะ”

สมภารก็พูดว่า “เออ! พูดกันไม่รู้เรื่อง เตี่ยฮวดกลับไปเถอะเตี่ยฮวดใจเย็นๆ ขณะนี้พ่อเณรเขาไปนั่งเจริญพระกรรมฐานที่วัดโน้น”

“วัดอะไรฮะ อั๊วจะตามไป”

สมภารก็ไม่บอก บอกว่าไปวัดๆ หนึ่งไปนั่งเจริญวิปัสสนากรรมฐาน

อาฮวดบอกว่า “ฐานอะไรฮะ จะมีกินมีใช้เหรอ ไปเลี้ยงหมูดีกว่านะ ได้เงินดี”

สมภารก็นิ่ง ไม่พูด ตาฮวดก็กลับไป

ในเวลากาลต่อมา อาเฮงก็มีอายุบรรลุนิติภาวะ ๒๐ กาลฝนสมภารก็จัดบวชให้ อุปสมบทในพระพุทธศาสนา โดยเรียนวิปัสสนากรรมฐาน

อาเฮงเรียนภาษาจีนกลาง พูดจีนได้ พูดไทยได้ พูดลาวได้ พูดแต้จิ๋วได้ พูดฮกเกี้ยนได้ และพูดจีนแคะได้ เขียนหนังสือจีนได้ด้วยเพราะอำนาจพระกรรมฐานที่อาเฮงไปเรียนมา และก็ไปเรียนกับซินแส

อาเฮงเล่าให้ฟังว่า “นี่คุณ เรานั่งเจริญพระกรรมฐานตอนใกล้บวชที่เตี่ยฮวด เตี่ยโยมของผมฆ่าหมูทุกวัน ผมก็ขออุทิศส่วนกุศลให้เตี่ยฮวดเจริญรุ่งเรือง เลิกฆ่าสัตว์ ให้ไปเมืองสวรรค์ให้ได้

บวชพรรษาแรก เตี่ยฮวดก็มารังควานอีก ขว้างกุฏิ ขว้างตู้ใส่ ผ้าไตรพังหมด”

อาฮวดมากับน้องชาย พยายามจะมาฉุดคร่าอาเฮงให้สึก “อาเฮงนี่ลื้อไม่เชื่ออั๊วนะ มาบวชทำไมอีกล่ะ”

อาเฮงสึกมิได้ เพราะต้องการช่วยเตี่ย เตี่ยจะไปนรก เลยมานั่งเจริญพระกรรมฐาน มีศรัทธาช่วยเตี่ย

ในเวลากาลต่อมาได้ ๓ พรรษาเศษ เตี่ยฮวดเป็นลมตาย ไม่ได้ฉีดยา เมื่อก่อนแพทย์หมอหายาก

ตายแล้วก็เอาใส่โลง ผูกตราสังมัด มีธูปเทียนใส่มือ มีฝ้ากรอง ไม่มียาฉีด มีผ้าขาวคลุมโลงเท่านั้น จะสวด ๗ วัน ๗ คืน เมื่อสวดเจ็ดคืนแล้วจะเข้าฮวงซุ้ยตามประเพณีจีน ตอนนั้นอาเฮงท่านก็เป็นสมภารแล้ว เป็นสมภาร ๔ พรรษา เป็นเจ้าอาวาสวัดฉางปูนปัจจุบันเรียกวัดพุทธาราม ต.บ้านแป้ง อ.พรหมบุรี จ.สิงห์บุรี

อาเฮงเล่าให้ฟังว่า พอสวดถึงคืนที่ ๓ ประมาณ ๔ ทุ่มเศษเสียงที่โลงดังกุกกัก กุกกัก

เขาก็นึกว่าหนูวิ่ง หลวงตาองค์หนึ่งชื่อหลวงตาพวง เป็นพระหนุ่มบวชไม่กี่พรรษานั่งสวดเป็นองค์แรก ก็สงสัยเสียงโลงดังกุกๆๆ

สวดไป ๒ จบแล้ว หลวงตาพวงก็บอกว่า เฮ้ย! เอาตะเกียงมาซิมันหนูหรืออะไรเข้าไปอยู่ในโลงผี

เมื่อเปิดผ้าขาวออก อาฮวดลืมตาแป๋ว พูดไม่ได้ เสียงแหบแล้วเอาศอกถองโลง เปิดดูแล้วก็ยิ้ม ตาลืม แล้วยังกระแทกโลงอีก

ในที่สุดก็ฮือฮาเลิกสวด เอาเตี่ยฮวดออกจากโลง แก้มัดตราสังที่มัดไว้ เอาธูปเทียนออก ถอดเสื้อออกหมด เหงื่อกาฬไหลหยอดน้ำหมด ๑ แก้ว อาฮวดเริ่มพูดได้

พูดได้แล้วก็เล่าให้ฟัง คืนนั้นคืนยังรุ่งตลอดแจ้งไม่มีใครนอนอาฮวดยังลุกนั่งไม่ได้ ยังนอนอยู่ก็เล่าให้ฟังดังต่อไปนี้

อาฮวดเล่าบอกว่า เออ! อาเฮงเอ้ย เตี่ยจะเล่าให้ฟังนะ ต้องขอสมาลาโทษให้เตี่ยที่ไปขอให้อาเฮงสึกเป็นบาปจริงๆ เตี่ยสบไปแล้วก็ไปเมืองนรก มียมบาลซักถาม

“อาฮวดเอ้ย ทำบุญหรือเปล่า เมื่ออยู่โลกมนุษย์ทำบุญอะไร”

เตี่ยฮวดก็บอกว่า “โอ๊ย! อั๊วทำบุญไม่เป็นฮะ ทำบุญอาลาย อั๊วไม่ได้ทำ”

“นึกให้ดี ลื้อทำบุญอะไร”

“อั๊วไม่ได้ทำอาลาย”

“ทอดกฐินผ้าป่าหรือเปล่า”

“อั๊วไม่ได้ทอดกับเขา เขามาบอกบุญก็ทำสลึงนึง ใครมาบอกก็สลึงนึง บอกกับจาโบ้ไว้ ไม่เคยขัดบุญ แต่อั๊วไม่รู้จักบุญ อั๊วเห็นว่าไม่มีประโยชน์อะไรในการทำบุญ”

ยมบาลก็ถามต่อไปอีก “อาฮวดต้องทำบุญนะ ทำอะไรนะบอกมาหน่อยเถอะน่ะ”

อาฮวดก็ตอบว่า “ไม่ได้ทำนะ อั๊วไม่ได้ทำ”

“อั๊วเลี้ยงหมู และมาอยู่หนองมีปลาเน่า เอารำให้กินก็พอแล้วและขายเป็นสิบตัว ร้อยตัวนะ อั๊วเลี้ยงมากมาย”

“อ๋อ! มีอาชีพ ๒ อย่างเท่านั้นหรืออาฮวด ทำบุญอะไรอีก”

“ไม่รู้”

พรึบทันที ไฟนรกเกิดขึ้นไฟอบหายใจไม่ออก และอาฮวดไปเจอเพื่อนนายอากรหนองที่ตายไปก่อน อยู่ที่นั่นไปลงกระทะทองแดงพออาฮวดเห็นควันขึ้นมาก็ร้อง

“ไอ๊ย่า! อาฮวดหายใจไม่ออกแล้ว” พอได้สักครู่หนึ่งก็สำลักควัน แล้วแหงนดูบนอากาศ มีผ้ากาสาวพัสตร์มาพัดโบกควันหายไปเลยนึกขึ้นได้

“โอ๊ย! อายมบาลเอ้ย อั๊วนึกออกแล้ว อาเฮงมันบวชนะ อั๊วนึกออกแล้ว อั๊วไม่ได้ทำบุญหรอก มันหนีไปบวชเณร อั๊วไปตามมันแล้วมันก็ไปบวชพระ อั๊วก็ไปตามมันอีก มันก็ไม่สึก ตอนนี้มันเป็นสมภารเจ้าวัดแล้ว”

“สมภารวัดไหน” ยมบาลถาม

“สมภารวัดฉางปูน”

แล้วควันก็หายไปเลย พอควันหายไปแล้ว อาฮวดรอง “โอ๊ย! อาเฮงช่วยเตี่ย ผ้าเหลืองมันโบกอั๊วควันหายไป อั๊วหายใจออกแล้วอาเฮงเอ้ย ช่วยเตี่ยได้มากนะอาเฮงนะ”

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว ยมบาลก็พูดต่อไปว่า “อาฮวดเอ๊ย นี่อาเฮงช่วยล่ะ อาเฮงไปศึกษาวิปัสสนากรรมฐานช่วยเตี่ยได้”

อาฮวดก็พูดว่า “อั๊วเสียใจ อายมบาลเอ๊ย อั๊วเสียใจมากๆ นะ ไปหาสมภารๆๆ บอกอย่ามายุ่งกับเณรเลย กำลังนั่งเจริญพระกรรมฐานเป็นบาป โอ๊ย! พระกรรมฐานนี่ช่วยเตี่ยได้นะ เตี่ยจะต้องนั่งบ้าง อย่าเอาโทษเอากรรมเตี่ยเลย”

ยมบาลพูดต่อไปว่า “อาฮวดกลับไปเมืองมนุษย์ใหม่ เพราะอาฮวดถึงคราวตายแล้ว แต่ลูกชายช่วยเตี่ยได้ ให้อายุยืนยาวต่อไป”

เป็นเรื่องจริงที่วัดพุทธารามนี่เอง อาเฮงเป็นอาจารย์ของอาตมาเป็นกรรมวาจาจารย์ของอาตมา

เลยอาฮวดก็ฟื้นคืนมา ก็เล่าให้ญาติโยมฟัง พอได้ ๓ วันลุกนั่งได้ และก็เสียงดัง บอกอาเฮงว่า

“อาเฮงลูกเอ๋ย อย่าสึกนะ อย่าสึกเลย ลื้อช่วยอั๊วได้นะ ควันมันมาก อั๊วเห็นผ้าเหลืองลื้อมาโบกให้ ควันหาย นึกได้ก็บอกยมบาลเขา ขอให้กลับมาอยู่กับลูกชายรักษาอุโบสถศีล รักเตี่ยอย่าสึกนะ” เมื่อก่อนบังคับให้สึก

สรุปให้ย่อใจความ อาฮวดก็มาอยู่กับอาเฮงที่วัดพุทธารามรักษาอุโบสถ วันพระกินเจ ไม่กินเนื้อสัตว์ไปตลอด

เหตุการณ์เปลี่ยนแปรผัน อาเฮงบวชได้ ๕ พรรษา เกิดติดพันลูกสาวนายอำเภอพรหมบุรี อยู่ที่บ้านแป้ง อาเฮงจะสึกไปมีครอบครัว คิดแปรผันไปเสียแล้ว ก็ต้องบอกโยมเตี่ย

“โยมเตี่ย อาตมาคิดว่าจะสึกนะ คนที่มาไหว้เตี่ยน่ะเป็นลูกสาวนายอำเภอ อาจมาจะสึกไปแต่งงานกับเขานะ และจะไปเมืองจีนนะ”

เตี่ยร้องไหเลย “อาเฮงรักเตี่ยไหม”

“ก็เมื่อก่อน เตี่ยมาบอกให้อาตมาสึกไงล่ะ”

รู้แล้ว อย่าถือโทษโกรธเตี่ยเลย ช่วยเตี่ยได้มากนะ อาเฮงนั่งเจริญพระกรรมฐานช่วยเตี่ยขึ้นจากนรกกลังมาใหม่ มารักษาอุโบสถอยู่กับพระลูกชาย นั่งเจริญพระกรรมฐานที่พระลูกชายสอน ทำไมจะหนีเตี่ยเล่า อาเฮงคิดให้ดีนะ จะสึกทิ้งเตี่ยอยู่ในวัดหรือ”

ก็ได้ความออกมาว่า อาเฮงต้องตัดสินใจไม่สึก สร้างศาลาสร้างโบสถ์วัดพุทธาราม อาตมายังเป็นฆราวาส เอาปี่พาทย์ไปช่วยท่าน

พอสร้างศาลาเสร็จ สร้างโบสถ์เสร็จ เตี่ยฮวดตาย ได้ทำพลีกรรมมากมาย หลวงตาเฮงก็เจริญกุศลทักษิณานุปทาน ตลอด ๗ วัน ๗ คืน มีศักดิ์ศรี เพราะลูกชายเป็นพระปลัดกิมเฮง เสร็จแล้วก็เอาไว้ในฮวงซุ้ยอยู่หน้าโบสถ์ ยังอยู่เดี๋ยวนี้ มีพยานหลักฐาน

ในกาลต่อมา กรรมวาจาจารย์ของอาตมาคือ พระครูถาวรวิริยะคุณ พระปลัดกิมเฮงนี่เอง ก่อนที่จะมรณภาพท่านก็เรียกอาตมาไป ท่านไม่ได้เจ็บท่านบอกว่า

“นี่เธอเป็นลูกศิษย์เรา โปรดฝากเรื่องนี้ไว้ด้วย ขอฝานพระสมเด็จองค์ละบาทเมื่อสมัยบวชเณรให้มา ๑ แผง เป็นสมเด็จพุฒาจารย์วัดระฆัง มอบให้ลูกศิษย์ไป และขอสั่งไว้เป็นครั้งสุดท้ายว่า ถ้าผมมรณภาพ ท่านพระครูจัดการทำศาลาฮวงซุ้ย อย่าเผา ไม่ได้เด็ดขาด เอาเตี่ยไว้ทิศบูรพา เอาผมไว้ทิศตะวันตก”

เดี๋ยวนี้อาตมาสร้างไว้เรียบร้อยแล้ว นี่คือพระครูถาวรวิริยะคุณ อาจารย์ของอาตมา อุปัชฌาย์ของอาตมา

ขอฝากไว้ ทุกท่านโปรดทราบต้องปลูกฝังตั้งศรัทธาให้เชื่อมั่นนี่แหละกฎแห่งกรรมมาแล้ว ลูกมาบวชเณรบวชพระ พ่อแม่ไม่อนุญาตแทนคุณบิดามารดาได้แน่ๆ เตี่ยฮวดเป็นตัวอย่างเรื่องจริง

 

 







Copyright © 2010 All Rights Reserved.