ReadyPlanet.com
dot dot
dot
คำสอนกรรมฐานจากพระพุทธโอษฐ์
dot
bulletมนุษย์ถือเอาที่พึ่งผิดๆ เป็นสรณะ
bulletอริยมรรคมีองค์แปด
bulletพระมหาสติปัฏฐานสูตร
bulletกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ
bulletพรหมจรรย์แห่งพระพุทธศาสนา
bulletทางออกจากวัฏฏะสงสาร
bulletปฎิบัติอย่างไรจึงทำที่สุดทุกข์ได้
bullet"สุญญตา"-ธาตุ-ผัสสะ-วิหาร
dot
แผนที่ เข็มทิศ ชัยภูมิ การปฏิบัติธรรม
dot
bulletบูชาพระรัตนตรัย
bulletพระตถาคตเจ้า เกิดขึ้นแล้วในโลก
bulletสัมมาทิฏฐิ
bulletสติปัฏฐาน ๔
bulletวิธีการปฏิบัติธรรม
bulletวิธีการกำหนดรู้
bulletอริยสัจ 4
bulletพระไตรลักษณ์
bulletปฏิจจสมุปบาท
bulletเพชรในหัวคางคก
bulletพระสารีริกธาตุ-ปัจเจกพุทธเจ้า
bulletพระอรหันตธาตุสมัยพุทธกาล
bulletพระอรหันตธาตุสมัยปัจจุบัน
dot
ว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติธรรม
dot
bulletสมาทานศีล ๘
bulletคำขอกรรมฐาน
bulletคำลากรรมฐาน
bulletคำขอขมา
bulletปฏิเวธธรรม จากประสบการณ์
bulletบันทึกธรรม จากประสบการณ์
bulletวิธีทำสมถะวิปัสสนา
bulletดวงจิตผู้รู้อยู่ (หลวงปู่สิม)
bulletทวนกระแสจิตมาสู่ดวงจิตผู้รู้
bulletวิธีปฏิบัติธรรมหลวงปู่ดูลย์
bulletการอ่านหรือฟังธรรมให้เป็นธรรม
bulletเครื่องตามรักษา 5 ประการ
bulletการประสารความขัดแย้งภายใน
dot
ข้อคิด-คติธรรม หลวงปู่มั่น
dot
bulletวัตรปฏิบัติ
bulletอุบายปัญญา
bulletโอวาทธรรม
bulletอธิบายธรรม จิตเดิม
bulletอธิบายธรรม อกิริยา
bulletอธิบายธรรม สัตตาวาส ๙
dot
ข้อคิด คติธรรม หลวงปู่ดูลย์
dot
bulletธรรมโอวาท
bulletปรารภธรรมะเรื่องอริยสัจสี่
bulletรู้ให้พร้อม
bulletแนวปฏิบัติที่ถูกต้องและง่าย
bulletเต่า กับ ปลา
bulletผลคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน
bulletนักปฏิบัติลังเลใจ
bulletตื่นอาจารย์
bulletสิ้นชาติขาดภพ
dot
เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม
dot
bulletบาปทางใจ
bulletไม่ต้องการสวรรค์
bulletหัวอกพ่อแม่
bulletวัยบาป
bulletวิญญาณคะนอง
bulletปากมนุษย์
bulletโทษของความโลภ
bulletนี่แหละผลกรรม
bulletเมตตา-กรุณา
bulletความฝันลุงยุ้ย
bulletเปรตหลวงพ่อขำ
bulletอานิสงส์ของการสวดพุทธคุณ
bulletสมาธิรักษาโรค
bulletวิญญาณรายงานตัว
bulletหญิงสองร่างนางสองชาติ
bulletใช้หนี้กรรม
bulletตายจากคนไปเกิดเป็นวัว
bulletบวช-ช่วยเตี่ยขึ้นจากนรก
bulletใช้หนี้กรรมสุนัข แมว
bulletตาเคลิ้ม
bulletอานิสงส์ สร้างพระพุทธรูป
bulletอดีตชาติ
bulletเรื่องจริงของการเวียนว่ายตายเกิด
dot
วัดรัตนคูหา ถ้ำผากล้วย แม่เมาะ
dot
bulletแผนที่ไปวัดรัตนคูหา(ถ้ำผากล้วย)
bulletพาแอ่วชุมชน ชมวิถีคนแม่เมาะ
dot
มุมกิจกรรม-ชมรมคนใจสบาย
dot
bulletทานบารมี
bulletภาพกิจกรรมชมรมคนใจสบาย
bulletข่าวชมรมคนใจสบาย
bulletถวายกุฎิคุณากโร ณ วัดรัตนคูหา
bulletไหว้พระดี แดนอีสาน
bulletร่วมสร้างอุโบสถวัดรัตนคูหา
bulletถวายกุฏิกรกช ณ วัดรัตนคูหา
bulletซื้อและติดต้ังปั๊มน้ำบาดาลให้วัด
bulletช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ
bulletสนทนาธรรมกับหลวงพ่อหล
bulletถวายผ้าป่าวัดเขาน้อยปัจเจกธรรม
bulletถวายสังฆทานวัดป่าบ้านโคกเต่า
bulletFacebook รวมภาพกิจกรรม
bulletวิธีป้องกันภัยจากรถสาธารณะ
bulletรักษาตาฟรี ถวายในหลวง
bulletโครงการผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
bulletขาเทียมฟรี สำหรับผู้พิการขาขาด
dot
นิทานธรรมะ
dot
bulletแพะระลึกชาติ
bulletคลั่งนิพพาน
bulletฝังลูกนิมิต
bulletอยากได้สวรรค์
dot
ธรรมบท แห่งความดี
dot
bullet ตนเป็นที่พึ่งของตน
bulletโสดาปัตติผล
bulletยมกปาฏิหาริย์
bulletสัตว์โลกมืดบอด
bulletประโยชน์ของตน
bulletผู้เกิดมาเพื่อฆ่าตนเอง
bulletไม่ได้ทรัพย์เมื่อหนุ่ม
dot
Newsletter

dot




ไม่ต้องการสวรรค์

ไม่ต้องการสวรรค์

 

            เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้งสะพานพุทธยอดฟ้าฯ สร้างเสร็จไม่นานนัก เป็นครั้งแรกที่ข้าพเจ้าและเพื่อนๆ ได้เริ่มทอดกฐินทางน้ำ โดยใช้เรือยนต์เป็นพาหนะทำให้ทุกคนที่ไปร่วมงานกุศลต่างมีศรัทธาพอใจมาก เป็นต้นเหตุทำให้ปีต่อๆ มาเราก็ได้ทอดกฐินทางน้ำเป็นประจำปี เริ่มวัดริมน้ำทางเมืองปทุมธานีตลอดไปถึงสามโคก เป็นที่สนุกสนานทั้งชาวบ้านชาววัดและชาวกรุง จนเกิดสงครามโลกครั้งที่ ๒ การทอดกฐินจึงหยุดชะงักไปเพราะหาเรือยนต์ที่เป็นพาหนะไม่สะดวก

            เมื่อมนุษย์เราทุกรูปทุกนาม ทุกชาติทุกภาษา หากได้สร้างคุณงามความดีเป็นประโยชน์ส่วนรวมแล้ว ก็ย่อมเป็นที่ยกย่องสรรเสริญ เป็นที่เคารพบูชาของผู้ที่รู้เห็นทั่วไป ไม่เลือกชาติศาสนา ครั้งนั้นบริษัทสแตนดาร์ดออยล์ หรือสแตนดาร์แวคคัมออยล์ หรือบริษัทโซโกนี ข้าพเจ้าก็จำไม่ได้เพราะบริษัทนี้ได้เปลี่ยนชื่อหลายครั้ง ข้าพเจ้าอาจจำชื่อสับสนกันก็ได้เพราะเป็นเวลานานปีแต่ก็เป็นบริษัทเดียวกันเวลานั้นนายเฮนรี่โฟร้สเป็นผู้จัดการ ในฐานะที่ข้าพเจ้าเคยติดต่อกับบริษัทนี้มาแต่แรก ข้าพเจ้าจึงคุ้นเคยกับคนในบริษัทนี้เป็นส่วนมาก โดยเฉพาะพนักงานเดินตลาด นายเฮนรี่โฟร้สเป็นฝรั่งที่น่าเคารพนับถือมากผู้หนึ่งที่ข้าพเจ้าเคยพบเห็นมา ท่านผู้นี้ได้ทราบข่าวจากคุณพูนโต

เต็มวงศ์ พนักงานเดินตลาดว่าข้าพเจ้าจะทอดกฐินทางน้ำ ก็ได้จัดส่งเรือยนต์ของบริษัทพร้อมทั้งเติมน้ำมันเต็มอัตรา เรือลำนี้เราได้จัดให้เป็นเรือองค์กฐิน เพราะเป็นเรือที่โอ่โถงมีห้องนอนห้องน้ำพร้อม ทั้งได้จัดพนักงานประจำเรือพร้อมทุกหน้าที่แต่คนเรือเป็นชาวไทยอิสลามล้วน ข้าพเจ้าอดนึกถึงบุญคุณที่ท่านได้ส่งเรือมาร่วมการกุศลครั้งนั้น ทั้งที่เราต่างศาสนากันทำให้ข้าพเจ้าระลึกถึงอย่างไม่มีวันลืม นายเฮนรี่โฟร้สผู้นี้ใครรู้จักได้คบค้าสมาคมย่อมเป็นที่รักใคร่นิสัยใจคอ และยกย่องความดียากที่จะลืมได้ ทั้งพนักงานและเสมียนคนงานตลอดทั้งกรรมกรในบริษัทที่อยู่ในใต้บังคับบัญชาต่างก็รักใคร่เคารพนับถือท่านผู้นี้เหมือนบิดดา เพราะเป็นคนเห็นอกเห็นใจคน มีจิตใจเที่ยงธรรม ปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาเหมือนบิดาปกครองบุตร มีความรักใคร่เอ็นดู คอยอบรมสั่งสอน ไม่เคยดุด่าใช้วาจาสามหาว เป็นที่ยกย่องสรรเสริญของพวกพนักงานเสมียน กรรมกร พวกคนงานทั่วไป

            ต่อมาท่านผู้นี้ได้เป็นลมถึงแก่กรรมที่สนามบินดอนเมือง ปัจจุบันคงเรียกว่าหัวใจวาย ความตายไม่เคยเลือกคนดีหรือคนชั่ว ทำให้คนที่คุ้นเคยรักใคร่ต้องเศร้าใจเสียดายคนดีที่จากไปโดยกะทันหัน พวกพนักงานเสมียนกรรมกรคนงานไม่น้อยที่ต้องหลั่งน้ำตาอาลัยรักท่านผู้นี้ ทั้งชาวไทยและชาวจีนที่รู้จักคุ้นเคยกับท่านผู้นี้ คนดีอยู่ที่ไหนก็ให้ความร่มเย็นเป็นสุขแก่ผู้ใต้บังคับบัญชา ด้วยมีจิตเที่ยงธรรม มีความเห็นอกเห็นใจเมตตาปรานี ผิดกับคนชั่ว ที่มีแต่ความหยาบคายมีความโลภเห็นแก่ตัว อยู่ที่ใดก็นำความเดือดร้อนมาสู่ที่นั้น

            ฉะนั้น ก่อนอื่นข้าพเจ้าขอสงบจิตแผ่ส่วนกุศลให้แก่วิญญาณท่านผู้สร้างความดี ซึ่งร่างของท่านได้ฝังอยู่ในสุสานที่บ้านใหม่ ในพระนครใต้ประเทศไทย ก่อนที่ข้าพเจ้าจะเริ่มเรื่องต่อไป

            ครั้งนั้นเราได้ร่วมกำลังทรัพย์ ร่วมกำลังกาย กำลังปัญญา ร่วมใจกันทอดกฐิน ณ วัดหนึ่งซึ่งอยู่ชายน้ำใกล้ถนนตก หรือบางคอแหลม ถ้าจำชื่อไม่ผิดคงจะเป็นวัดจันทร์โดยการแนะนำของคุณสายหยุด วงศ์ทองสุข ซึ่งบ้านอยู่ใกล้วัด และรับจะจัดการทางวัดตลอดเริ่มตั้งแต่จองกฐินการเลี้ยงดู และคุณพวง งานดี ข้าราชการกระทรวงวังรับจัดงานเรื่องเกี่ยวกับทางพระ พิธีกรรมทางศาสนา ตลอดทั้งนำถวายผ้าพระกฐิน

            วันนั้นตอนเช้าจำได้ว่าพวกเราได้ยกไตรครององค์กฐินตั้งไว้เด่นที่หัวเรือเพื่อจะได้มองเห็นได้ทั่วๆ ไป และเพื่อให้ได้ชมดอกไม้หุ้มไตรซึ่งร้อยด้วยดอกไม้สดสวยงามมากเป็นศิลป์ซึ่งหาดูได้ยากในปัจจุบันนี้ เสียดายว่าอยู่ได้ไม่นานความสวยงามก็แห้งเหี่ยวหมดความหมายจึงมาตั้งไว้ในที่ให้เห็นชัด เพื่อช่วยกันอนุโมทนา การร้อยดอกไม้หุ้มไตรนั้นเป็นฝีมือของพวกคุณๆ ชาววังรับอาสาไปจัดการและจัดให้สวยงามมาก ผู้คนที่ได้เห็นต่างก็ชมว่าฝีมืออย่างนี้ต่อไปจะหาดูยาก จำได้ว่าเวลานั้นข้าพเจ้าออกมายืนที่ถนนทางเข้าท่าเรือใต้สะพานใหม่ คอยดักบอกพวกที่จะมาขนของมาในงานกฐินจะได้ลงไม่ผิดท่า ยืนคอยดูครู่หนึ่งก็มีเพื่อนคนหนึ่งมาเรียก บอกว่ามีคุณยายคนหนึ่งอยากพบให้กลับไปที่ท่าเรือข้าพเจ้ามอบหน้าที่ให้เพื่อนคนนั้นคอยเฝ้าดูรถที่ขนของตลอดทั้งบอกรูปร่างของรถและคนขับเพื่อจะได้ไม่หลงไปทางอื่น และคอยชวนบอกผู้ที่มางานกฐินด้วย ข้าพเจ้าก็กลับมาที่ท่าเรือ

            เห็นพวกที่จะไปในงานกฐินส่วนมากเป็นผู้หญิงกำลังล้อมหน้าล้อมหลังหญิงสูงอายุผู้หนึ่ง กำลังซักถามและเล่าเรื่องอะไรให้ฟังอย่างเพลิดเพลิน เมื่อข้าพเจ้าเดินตรง

เข้าไปในกลุ่มกำลังสนทนากัน เมื่อใกล้เข้าไปพวกในที่นั้นก็ชี้ให้หญิงชราดูและแนะนำว่าข้าพเจ้าเป็นผู้จัดการในกฐินครั้งนี้ที่แกอยากพบ แกก็แหวกพวกที่ล้อมตรงเข้ามาหาข้าพเจ้าพลางพูกว่า

            “พ่อคุณของยาย ดีใจที่ได้ทราบว่าจัดการทอดกฐินครั้งนี้ การทอดกฐินได้บุญแรงมาก ยายอยากจะร่วมทำบุญด้วย”

            ข้าพเจ้าบอกว่า “ไม่ใช่ผมจัดคนเดียวหรอกครับคุณยาย พวกเราเพื่อนๆ ร่วมมือร่วมกันเป็นเจ้าภาพครับ”

            หญิงสูงอายุกำลังควักห่อผ้าแดงออกมาจากคอเสื้อปากก็พูดว่า “ถึงอย่างไรคุณก็เป็นหัวหน้าชักชวน มันเป็นกุศลยายขอร่วมการกุศลครั้งนี้เพื่อสมทบเข้าองค์กฐินด้วย ๕ บาท” พูดแล้วค่อยๆ แก้ห่อหยิบเงินออกมานัก ที่เหลือก็ห่อกลับคืนไว้ในอกเสื้อ หยิบธนบัตรใบละบาทพับซ้อนกันเรียบร้อยที่เอาออกมาจากห่อผ้าสีแดง ๕ ใน แล้วยกมือขึ้นจบหันหน้าไปทางพระปรางค์วัดแจ้งทำปากขมุบขมิบคงเป็นคำอธิษฐานแล้วจึงยื่นส่งมาให้ ข้าพเจ้ารับไว้พลางยกมือขึ้นอนุโมทนา แล้วก็มอบให้ผู้รักษาเงินบอกว่าให้จดชื่อคุณยายสมทบในองค์กฐิน ก็มีหญิงคุ้นเคยกับข้าพเจ้าผู้หนึ่งมาในงานกฐิน แอบกระซิบว่า

            “คุณยายคนนี้แกเป็นคนมั่งคั่งผู้หนึ่ง แก่มีที่ดินบ้านช่องเรือกสวนมากมาย แต่บัดนี้แกได้ยกโอนถวายวัดเป็นกองกลางหมดแล้วเพื่อให้เก็บผลประโยชน์บำรุงพระพุทธศาสนาเวลานี้แกอาศัยวัดถือศีลภาวนา เขาว่าแกนั่งสมาธิทายเหตุการณ์ล่วงหน้าได้แม่นยำมาก”

            แต่ข้าพเจ้าไม่สนใจเรื่องทายเหตุการณ์แม่นยำ กลับไปสนใจในการที่แกสละทรัพย์สมบัติมากมายถวายวัดให้เก็บผลประโยชน์ ข้าพเจ้ารู้สึกว่าคุณยายผู้นี้ออกจะมีเสน่ห์เพราะเห็นมีผู้หญิงทั้งสาวและไม่สาวห้อมล้อมถามโน่นถามนี่ข้าพเจ้าก็เกิดความสนใจจึงถามว่า

            “ได้ทราบว่า คุณยายได้ยกทรัพย์สมบัติทั้งหมดถวายวัดเพื่อบำรุงศาสนาจริงไหมครับ”

            หญิงชรายิ้มอย่างสบายใจแล้วพูดว่า “เป็นความจริงค่ะคุณ เพราะยายได้พิจารณารู้สึกว่ามองเห็นความจริงได้ชัดเจนแล้ว ที่ชีวิตของคนเราทุกวันนี้ไม่มีอะไรเป็นแก่นสาร ตายเกิด ตายเกิด วนเวียนอยู่อย่างนี้ไม่สิ้นสุด เกิดมาเป็นคนหนีความทุกข์ไม่พ้น หนีความเศร้าเสียใจไม่พ้น ความสุขความสบายมองไม่เห็น จึงคิดว่าไม่มีอะไรเป็นที่พึ่งของ

เราแน่นอนได้นอกจากพระศาสนา พระธรรมคำสั่งสอนให้มนุษย์เราละความโลภ ความโกรธ ความหลง ใครละได้ก็จะทำให้สบายใจ จะห่างความทุกข์ความเศร้าโศกเสียใจ ยายมานึกดูคนเราถ้าตัดความโลภได้มันก็มีความสุขเพราะฉะนั้นยายจึงพยายามตัดกิเลสเหล่านี้ให้มันหมดสิ้นไป”

            แต่แล้วก็มีหญิงสาวผู้หนึ่งถามขึ้นว่า “แล้วทำไมยายต้องยกทรัพย์สมบัติให้วัดทั้งหมด แล้วยายจะเอาที่ไหนมากินมาใช้ แล้วยายจะเอาบ้านที่ไหนอยู่”

            เสียงหญิงสูงอายุหัวเราะอย่างสุขใจแล้วพูดว่า “โถ ก็ยายปลงตกแล้ว ยายอายุมากและไม่มีลูกหลานใกล้ชิดทรัพย์สมบัติบ้านช่องยายจะครองไปได้อีกกี่วัน อันทรัพย์สินเงินทองนั้นถ้ามีมากก็ห่วงมาก ถ้ามีน้อยก็ห่วงน้อย ถ้าไม่มีก็ไม่มีอะไรห่วง ฉะนั้นยายจึงคิดตัดกังวลถวายวัดทั้งหมดยายก็หมดห่วง หมดความผูกพัน ไม่ต้องไปนึกอีกว่าอ้ายโน่นของเรา อ้ายนี่ก็ของเรามี ผูกพันในทางรู้สึกไม่สิ้นสุด มันมีความโลภ กิเลสตัณหารุงรังอยู่ทางจิตใจแล้ว ผู้นั้นย่อมจะทำให้สงบยาก โอกาสที่จะบรรลุมรรคผลก็มีน้อย ถ้าหากยังเป็นของเรา ถึงอย่างไรเราก็มีจิตกังวลตัดไม่ขาด ดูแต่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านสูงด้วยศักดิ์และมั่งคั่งมหาศาล แต่พระองค์ยังเสียสละตัดหมดทุกอย่างตลอดทั้งราชสมบัติ พระองค์มิได้ทรงใยดี ทรงมุ่งหวังแต่พระนิพพานเป็นที่ตั้ง ที่สุดพระองค์ก็ทรงค้นพบ ตรัสรู้ด้วยพระองค์เองเห็นทางไปสู่พระนิพพาน และยายก็สละทรัพย์สมบัติละความโลภหลงได้แล้ว บัดนี้ยายก็ไม่มีอะไรเป็นห่วงเป็นกังวลอีกแล้ว เท่ากับบายเหลือแต่ตัว เวลานี้ยายสามารถชำระจิตใจให้สะอาดบริสุทธิ์ยายก็อยู่ในที่สงบและมีความสุข”

            ข้าพเจ้าได้ยินหญิงสาวผู้หนึ่งถามขึ้นมาว่า “ยายจ๋าคนเราไม่มีบ้านอยู่ ไม่มีเงินทอง ต้องอาศัยวัด ไม่มีอะไรเป็นของตัวเอง ไม่เป็นอิสระต้องอาศัยวัด แล้วจะหาความสุขได้อย่างไร”

            หญิงชราหัวเราะ ยกมืดปัดไปมาอยู่ตรงหน้าประกอบกับคำพูดว่า “คุณหนูจงฟังยายให้ดีนะแล้วจำเอาไว้ คนเราจะทำบุญอะไรก็ต้องให้รู้จักตัวบุญตัวกุศลเสียก่อน ใช้สติปัญญาพิจารณาให้ละเอียดรอบคอบเพราะการสละทรัพย์สินมากมายเป็นเรื่องใหญ่  เหมือนกับทางโลกพ่อแม่จะยกทรัพย์สินมรดกให้แก่ลูกหลานคนไหน ลูกหลานนั้นจะมีปัญญาทำให้เกิดประโยชน์ไปหรือไม่ ทรัพย์สินสมบัตินั้นมีทั้งคุณและโทษ หากยกให้ผิดแทนที่จะเกิดคุณประโยชน์กลับเกิดโทษแก่ลูกหลานผู้นั้นจนเสียผู้เสียคนก็ไม่ควรจะให้เพราะทำให้อายุสั้นลง ทรัพย์สมบัติมีคุณค่าสำหรับผู้รู้จักปกครอง และให้โทษสำหรับผู้ไม่รู้จักคุณค่า แต่สำหรับยายหมดความจำเป็น เพราะยายแก่แล้ว ถ้ายายยังมีทรัพย์สินต่อไปก็มีแต่จะเกิดโทษทางใจ ฉะนั้น  ยายนึกแล้วตกลงใจยกให้ถวายเป็นพุทธบูชา แล้วยายก็ได้ความสบายใจเพราะคิดว่ายายทำดีที่สุดแล้ว คุณหนูอย่านึกว่าคนมั่งมีเงินทองมากมาย มีตึกใหญ่โต มีผู้คนรับใช้ มีรถยนต์คันงามราคาแพง เราอย่าไปนึกว่าคนนั้นเขาจะได้รับความสุขสบายใจเสมอไปนะ สายตาของเรามองเห็นเขามีความสุขจริง แต่เขาอาจจะมีความสุขในสายตาคนแต่ภายนอก แต่ภายในเรามองไม่เห็น ซึ่งใจเขาอาจหาความสุขความสบายไม่ได้ อาจจะเป็นห่วงด้วยโรคภัย อาจเป็นห่วงทรัพย์สมบัติ อาจกลัวลูกไม่เอาถ่านคอยทำลายล้างผลาญนำความเสื่อมเสียมาสู่วงศ์ตระกูล อาจเป็นห่วงกลัวจะเสื่อมถอยอำนาจและยศศักดิ์สิ่งอื่นๆ ทำให้ใจไม่สบายร้อยแปดพันประการ แต่สำหรับยายนั้นไม่มีอะไรเป็นห่วง ตัวยายจะไม่มีบ้านใหญ่โต ไม่มีทรัพย์สินเงินทอง แต่จิตใจยายสบาย ยายมีความสุขเพราะความสงบเพราะเปลื้องความโลภความห่วงออกหมดแล้ว ถ้าใครจะเอาความมั่งคั่งพร้อมทั้งอำนาจวาสนา ความสุขความสบายภายนอกมาแลกกับความรู้สึกของยายแล้วยายจะบอกว่ายายไม่ต้องการความสุขทางกาย ยายจะขอความสุขทางใจ”

            เวลานั้นรู้สึกว่ามีคนส่วนมากมารุมฟังคุณยายผู้สูงอายุตอบปัญหาพวกหญิงรุ่นสาวอย่างน่าฟัง ข้าพเจ้าก็ฟังด้วยความเลื่อมใสจริงใจ

            ทันใดนั้นได้หญิงผู้หนึ่งเป็นผู้มีความรู้สูงชั้นอาจารย์ได้มาร่วมงานกฐินได้ถามปัญหาขึ้นว่า “คุณยายได้สละทรัพย์สินมากมายเพื่อสร้างบารมีบำรุงพระศาสนาต่อไปแล้วนอกจากจะได้ความสุขสงบทางใจแล้วได้เกิดผลอะไรบ้างที่พอจะนำมาประดับความรู้และจะได้พิจารณาดูเหตุผล”

            คุณยายมองหน้าผู้ถามแล้วยิ้มพลางพูดว่า “เมื่อคุณได้ถามยายก็ดีแล้ว บางทียายจะพูดและโต้ตอบนอกเรื่องไปก็ได้ แต่ใครจะเชื่อหรือไม่เชื่อยายก็ไม่สนใจ ยายรู้เห็นอย่างไรยายก็พูดออกมา ยายมีศีลธรรม คุณลองเอาไปพิจารณาดู การเงินการทองยายไม่เคยขาดมือเลย ยายก็มีสภาพอยู่อย่างพอกินพอใช้ไปวันหนึ่งๆ ถ้ามากยายก็ทำบุญแต่พอทำบุญแล้วเงินก็มีมาอีก คนโน้นให้บ้างคนนี้ให้บ้างยายไม่เคยขัดสนเลย อีกอย่างหนึ่งเป็นสิ่งอัศจรรย์ แม้จะเป็นความฝันแต่ก็มีเหตุผล นับแต่ยายได้สละทรัพย์สินและบ้านถวายวัดแล้ววันหนึ่งยายป่วยไม่สบายคืนนั้นก็ได้ฝันไปว่ายายไปพบบ้านสวยงามหลังหนึ่ง ว่าบ้านหลังนี้สร้างด้วยอะไรหนอมันสวยงามดูไม่เบื่อตาเลย ไม่ว่าจะพิจารณาดูทางไหนแง่ไหนสวยพร้อมไม่มีที่ติ ช่างธรรมดาคงไม่สามารถจะสร้างได้เช่นนี้ จะว่าแก้วและทองคำก็คิดว่าไม่มีมนุษย์คนไหนที่จะมีทรัพย์สินเงินทองมากมายมหาศาลสร้างบ้านนี้ได้เงียบสงบเหมือนไม่มีคนอยู่ภายใน ยายเดินชมรอบบ้านแล้วก็มาเห็นประตูบานหนึ่งแง้มอยู่ท่าทางจะมีคนอยู่ข้างในจึงตะโกนถามไปว่า

            “ ‘มีใครอยู่ข้างในบ้างจ๊ะ ฉันอยากจะรู้จักเจ้าของบ้านโปรดออกมาพบหน่อยเถิด’

        แต่แล้วก็มีเสียงหญิงพูดกันอยู่ข้างใน ครู่หนึ่งประตูที่แง้มก็เปิดออกพบหญิงสาววัยรุ่นออกมา ๓ คน แล้วถามอย่างยิ้มแย้มว่า ‘ท่านมาหาผู้ใดเจ้าคะ’

        “ยายจึงถามว่า ‘แม่หนู ฉันอยากจะรู้ว่าบ้านหลังนี้เป็นของใคร ฉันยังไม่เคยเห็นบ้านใครสวยงามอย่างนี้มาก่อนเลยมันถูกอกถูกใจฉันทุกอย่าง’

            “เด็กสาววัยรุ่นหัวเราะพลางพูดว่า ‘ท่านเจ้าของบ้านยังไม่มาอยู่เลยเจ้าค่ะ พวกดิฉันมาคอยรับใช้ท่าน และยังไม่เคยพบเห็นท่านเลย’

            “ยายสงสัยจึงถามว่า ‘ท่านเจ้าของที่ว่านั้นชื่ออะไร เวลานี้อยู่ที่ไหน’

            “เด็กสาวคนหนึ่งตอบว่า ‘เจ้าของบ้านชื่อ...เวลานี้อยู่ในเมืองมนุษย์’

            “ยายได้ยินชื่อก็สะดุ้งทันที เพราะชื่อทีเด็กสาวบอกนั้นมันชื่อของยาย จึงสงสัยถามต่อไปว่า ‘นอกจากพวกหนู ๓ คนแล้วยังมีใครที่เป็นผู้ใหญ่ที่ดูแลบ้านนี่บ้างจ๊ะ’

            “เด็กสาวยิ้มแล้วพูดว่า ‘ยังมีผู้ดูแลเป็นผู้ใหญ่ที่นี่อีกผู้หนึ่งเจ้าค่ะ นอกนั้นยังมีเด็กรุ่นดิฉันอีกมากมายอยู่ข้างในถ้าท่านต้องการพบผู้ดูแลดิฉันจะไปเรียนให้ท่านผู้เฝ้าสถานที่ได้ทราบ’

            “พูดแล้วก็พากันหลบเข้าไปทั้ง ๓ คน ทำให้ยายนึกชมว่าเด็กสาวพวกนี้มีกิริยามารยาทเรียบร้อย ใครหนอได้ฝึกฝนเด็กเหล่านี้ให้มีกิริยาวาจาเรียบร้อยเช่นนี้ ใจก็นึกตาก็ชมความงามภายนอกของบ้าน นึกว่าภายนอกงามอย่างนี้ภายในจะงามเพียงใดหนอ ยายกำลังชมเพลินอยู่ก็พอดีเด็กสาวทั้งสามออกมาและพาหญิงสาวผู้หนึ่งมาด้วย เมื่อยายเห็นหญิงสาวคนนั้นยายก็ตะลึง เพราะความรู้สึกจำได้แน่นอนและแม่นยำ จึงร้องถามไปคำเดียวว่า  ‘นี่แจ๋วใช่ไหม’

        “หญิงสาวได้ยินเท่านั้นก็ตรงเข้ามาคุกเข่ากราบลงแทบเทาของยายพลางพูดว่า ‘ใช่เจ้าค่ะ’

            “แจ๋วคนนี้เมื่อเด็กๆ เป็นคนรับใช้ของคุณแม่ของยายเป็นเด็กดีมีความซื่อสัตย์สุจริต เป็นที่ไว้วางใจได้ เป็นเด็กที่มีความกตัญญู เมื่อแม่ของยายเสียแล้วแจ๋วก็อยู่กับยายตลอดมา ครั้งหนึ่งเกิดอหิวาต์ แจ๋วก็เป็นโรคอหิวาต์อาการจวนไปจวนอยู่ ยายจึงบนตัวว่าหากหายจะให้แจ๋วบวชชีที่สุดแจ๋วก็หายจากโรคก็บวชชีถือศีลแก้บน เมื่อสึกจากชีก็อยู่กับยายตลอดมา ยายรักแจ๋วมาก เพราะเป็นคนพูดน้อยทำงานมาก

            “ต่อมาตอนหลังนี้แจ๋วเป็นไข้ เวลานั้นก็รักษากันอย่างยาไทยๆ หมอบอกว่าอย่าเพิ่งให้กินข้าวจนกว่าจะหายปรกติต่อมาแจ๋วก็ค่อยยังชั่วมาก แจ๋วร้องบอกยายว่าอยากกินข้าวเหลือเกิน กินแต่น้ำข้าวกับพวกแป้งเปียกเบื่อเหลือเกิน ถ้าไม่ได้กินก็อยากแทบจะตาย ทั้งอ้อนวอนขอกินข้าว ยายเห็นว่าแจ๋วค่อยยังชั่วแล้ว ทั้งอ้อนวอนขอข้าวกินอย่างน่าสงสารยายก็จัดหาข้าวมาให้กิน แต่แล้วคืนนั้นแจ๋วก็ดิ้นทุรนทุรายมาก ไข้ขึ้นตัวร้อนมาก ยายตกใจใช้ให้คนไปตามหมอแต่หมอมาไม่ทันแจ๋วก็สิ้นใจ หมอสมัยใหม่บอกว่าลำไส้ทะลุก่อนตายแจ๋วได้มองหน้ายายน้ำตาไหล แล้วพูดทั้งน้ำตาว่า

            “ ‘คุณขา ถ้าแจ๋วได้เกิดมาในชาติหน้า ขอให้แจ๋วได้รับใช้คุณต่อไปนะคะ แจ๋วขออธิษฐาน’

            “ยายต้องเสียน้ำตาเมื่อแจ๋วตาย และได้ทำบุญกรวดน้ำไปให้เสมอ ว่าถ้าชาติหน้ามี ขอให้เรามาอยู่ร่วมกันอีก

            “เมื่อได้พบหน้าแจ๋วในบ้านประหลาดหลังนี้ ทำให้ยายดีใจมาก เมื่อแจ๋วได้มากราบยายตรงหน้ายายก็ก้มลงกอดแจ๋วด้วยความรักและคิดถึง แจ๋วก็มีหน้าตาแช่มชื่นที่ได้พบยาย เราถามถึงอะไรต่ออะไรไม่เป็นสาระพักหนึ่ง แล้วยายก็ถามว่า ‘นี่แจ๋วแกมาเฝ้าบ้านให้ใครล่ะ สวยงามใหญ่โตเหลือเกิน’

        “แจ๋วยิ้มและชายตาดูยายแล้วพูดว่า

            “ ‘ก็บ้านของท่านซิเจ้าคะ’

            “ยายตกตะลึง ถามซ้ำว่า  ‘แจ๋วพูดอะไรนะ บ้านนี้แจ๋วว่าเป็นบ้านของฉันหรือ’

        “แจ๋วยิ้มแล้วพูดว่า ‘ใช่แล้วค่ะ บ้านของท่าน แจ๋วมาเฝ้าไว้คอยท่าน เมื่อท่านละโลกมนุษย์เมื่อไหร่ ท่านก็จะมาอยู่ในสถานที่นี้’

            “ยายตอบแจ๋วว่า ‘ยังหรอกแจ๋ว ฉันยังไม่อยากมา แจ๋วเฝ้าต่อไปเถิด ถ้าฉันไม่มา แจ๋วก็เป็นใหญ่ต่อไป’

        “แจ๋วทำหน้าสลดแล้วพูดว่า ‘ท่านจะไม่เข้าไปชมความงามภายในหรือเจ้าคะ งามมากอย่างที่ท่านไม่เคยเห็นที่ไหนมาก่อนเลย’

            “ยายต้องตอบว่า ‘เมื่อฉันรู้ว่าเป็นของฉันแล้วก็ไม่อยากเข้าไปดู นึกว่าเป็นของคนอื่นฉันก็จะขอเข้าไปชม’

            “เวลานั้นยายก็นึกรู้ตัวว่าเป็นความฝัน ยายก็พยายามทำจิตดิ้นรนให้ตื่นจากความฝัน แล้วยายก็ตื่นขึ้นมา เวลานี้หากยายทำสมาธิให้จิตสงบก่อนที่จิตจะสงบนิ่งถ้านึกถึงครั้งใดก็จะต้องเห็นบ้านหลังนี้เสมอ”

            หญิงผู้ถามก็ได้ถามต่อไปว่า “เหตุใดคุณยายรู้ว่าเป็นบ้านของคุณยายถึงไม่อยากเข้าไปดูภายในทั้งที่คุณยายก็พอใจในบ้านหลังนี้มาก”

            หญิงชรายิ้มอย่างเศร้าแล้วพูดว่า “ยายไม่ต้องการไปติดในรูป รส กลิ่น เสียง ไปหลงใหลในสิ่งสวยงาม ยายไม่ต้องการไปเกิดที่ไหนอีก นอกจากยายยังมีกรรมไม่สามารถจะบรรลุมรรคผล แม้จะอยู่ในสวรรค์ชั้นไหนก็ตาม ยายไม่ต้องการ เพราะยายต้องการสูงกว่านั้นคือ พระนิพพาน ดับรูป รส กลิ่น เสียง โลภะ โทสะ โมหะ ดับชาติ ดับภพ ดับตลอดกาล ไม่มาเกิดเป็นอะไรในสากลพิภพอีกต่อไป เป็นทางสุขที่สงบ เหนือทางทุกข์ทั้งหลาย”

        พวกเราได้ฟังแล้วก็พากันสนใจในชีวิตของคุณยายผู้นี้มาก และได้รับความเพลิดเพลินในเรื่องแปลกประหลาดพิสดาร ต่อมาภายหลังเราได้นำเรื่องนี้มาถกกันอีกนานเป็นแรมเดือน เวลานั้นข้าพเจ้าได้เชิญให้คุณยายไปอนุโมทนากฐินด้วย แต่หญิงชราได้ขอตัว เมื่อได้เวลาคนมามากพร้อมหน้ากันและได้ขนของลงเรือหมดแล้วก็ถึงเวลากำหนดออกเรือนำองค์กฐินแล่นออกจากท่าทันที ตกลงเมื่อทอดกฐินแล้วเราก็จะนำเรือออกไปเที่ยวปากอ่าว เพราะมีหลายท่านที่ยังไม่เคยเห็นอ่าวสยามและท้องทะเลเวิ้งว้างมองไม่เห็นฝั่งวันนั้นนับว่าเป็นวันที่สนุกสนานเป็นที่พออกพอใจด้วยกันทุกคน ต่อมาภายหลังมีผู้เล่าให้ฟังว่าคุณยายผู้นั้นท่านเป็นผู้ดีเก่าตระกูลสูงและได้รับการศึกษากามีความรู้ดี และบางคนที่ไม่เชื่อก็ว่าสติของท่านไม่ค่อยดี แต่ข้าพเจ้าได้สนทนากับท่านแล้วรู้สึกว่าสติดีกว่าบางคนที่เรียกว่าสติสมบูรณ์เสียอีกการทอดกฐินครั้งนั้นผู้ที่ไปร่วมการกุศลทั้งชายหญิงต่างได้รับอากาศสดชื่นลมเย็นทำให้จิตใจสบาย ทั้งอาหารคาวหวานผลไม้ ทั้งเครื่องดื่มก็อุดมสมบูรณ์ต่างก็จัดหากันมามากมายทุกท่านได้รับความสำราญพอใจที่ได้พักผ่อนสมองร่วมสนุกสนานเฮฮา ทำให้ทุกคนขอร้องให้ข้าพเจ้าจัดงานกฐินปีต่อไปทุกปีเป็นประจำเพื่อจะได้ร่วมกันทำบุญสนุกสนานเฮฮาปีละครั้ง ข้าพเจ้ารับปากเพียงว่าจะพยายามในปีต่อปี







Copyright © 2010 All Rights Reserved.