ReadyPlanet.com
dot dot
dot
คำสอนกรรมฐานจากพระพุทธโอษฐ์
dot
bulletมนุษย์ถือเอาที่พึ่งผิดๆ เป็นสรณะ
bulletอริยมรรคมีองค์แปด
bulletพระมหาสติปัฏฐานสูตร
bulletกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ
bulletพรหมจรรย์แห่งพระพุทธศาสนา
bulletทางออกจากวัฏฏะสงสาร
bulletปฎิบัติอย่างไรจึงทำที่สุดทุกข์ได้
dot
แผนที่ เข็มทิศ ชัยภูมิ การปฏิบัติธรรม
dot
bulletบูชาพระรัตนตรัย
bulletพระตถาคตเจ้า เกิดขึ้นแล้วในโลก
bulletสัมมาทิฏฐิ
bulletสติปัฏฐาน ๔
bulletวิธีการปฏิบัติธรรม
bulletวิธีการกำหนดรู้
bulletอริยสัจ 4
bulletพระไตรลักษณ์
bulletปฏิจจสมุปบาท
bulletเพชรในหัวคางคก
bulletพระสารีริกธาตุ-ปัจเจกพุทธเจ้า
bulletพระอรหันตธาตุสมัยพุทธกาล
bulletพระอรหันตธาตุสมัยปัจจุบัน
dot
ว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติธรรม
dot
bulletสมาทานศีล ๘
bulletคำขอกรรมฐาน
bulletคำลากรรมฐาน
bulletคำขอขมา
bulletดวงจิตผู้รู้อยู่ (หลวงปู่สิม)
bulletทวนกระแสจิตมาสู่ดวงจิตผู้รู้
bulletวิธีปฏิบัติธรรมหลวงปู่ดูลย์
bulletธาตุแห่งความว่าง
bulletการอ่านหรือฟังธรรมให้เป็นธรรม
bulletเครื่องตามรักษา 5 ประการ
bulletการประสารความขัดแย้งภายใน
dot
ข้อคิด-คติธรรม หลวงปู่มั่น
dot
bulletวัตรปฏิบัติ
bulletอุบายปัญญา
bulletโอวาทธรรม
bulletอธิบายธรรม จิตเดิม
bulletอธิบายธรรม อกิริยา
bulletอธิบายธรรม สัตตาวาส ๙
dot
ข้อคิด คติธรรม หลวงปู่ดูลย์
dot
bulletธรรมโอวาท
bulletปรารภธรรมะเรื่องอริยสัจสี่
bulletรู้ให้พร้อม
bulletแนวปฏิบัติที่ถูกต้องและง่าย
bulletเต่า กับ ปลา
bulletผลคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน
bulletนักปฏิบัติลังเลใจ
bulletตื่นอาจารย์
bulletสิ้นชาติขาดภพ
dot
การเดินทางของนายไปล่
dot
bulletวิธีทำสมถะวิปัสสนา
bulletปฏิเวธธรรม จากประสบการณ์
bulletบันทึกธรรม จากประสบการณ์
bulletธรรมะ กับ ชีวิตประจำวัน
bulletกลางโลกียะ สู่ กลางโลกุตตระ
bulletปล่อยวางความว่าง
bulletทางสู่พระนิพพาน
bulletอนัตตา
dot
เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม
dot
bulletบาปทางใจ
bulletไม่ต้องการสวรรค์
bulletหัวอกพ่อแม่
bulletวัยบาป
bulletวิญญาณคะนอง
bulletปากมนุษย์
bulletโทษของความโลภ
bulletนี่แหละผลกรรม
bulletเมตตา-กรุณา
bulletความฝันลุงยุ้ย
bulletเปรตหลวงพ่อขำ
bulletอานิสงส์ของการสวดพุทธคุณ
bulletสมาธิรักษาโรค
bulletวิญญาณรายงานตัว
bulletหญิงสองร่างนางสองชาติ
bulletใช้หนี้กรรม
bulletตายจากคนไปเกิดเป็นวัว
bulletบวช-ช่วยเตี่ยขึ้นจากนรก
bulletใช้หนี้กรรมสุนัข แมว
bulletตาเคลิ้ม
bulletอานิสงส์ สร้างพระพุทธรูป
bulletอดีตชาติ
bulletเรื่องจริงของการเวียนว่ายตายเกิด
dot
วัดรัตนคูหา ถ้ำผากล้วย แม่เมาะ
dot
bulletแผนที่ไปวัดรัตนคูหา(ถ้ำผากล้วย)
bulletพาแอ่วชุมชน ชมวิถีคนแม่เมาะ
dot
มุมกิจกรรม-ชมรมคนใจสบาย
dot
bulletทานบารมี
bulletภาพกิจกรรมชมรมคนใจสบาย
bulletข่าวชมรมคนใจสบาย
bulletถวายกุฎิคุณากโร ณ วัดรัตนคูหา
bulletไหว้พระดี แดนอีสาน
bulletร่วมสร้างอุโบสถวัดรัตนคูหา
bulletถวายกุฏิกรกช ณ วัดรัตนคูหา
bulletซื้อและติดต้ังปั๊มน้ำบาดาลให้วัด
bulletช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ
bulletสนทนาธรรมกับหลวงพ่อหล
bulletถวายผ้าป่าวัดเขาน้อยปัจเจกธรรม
bulletถวายสังฆทานวัดป่าบ้านโคกเต่า
bulletFacebook รวมภาพกิจกรรม
bulletวิธีป้องกันภัยจากรถสาธารณะ
bulletรักษาตาฟรี ถวายในหลวง
bulletโครงการผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
bulletขาเทียมฟรี สำหรับผู้พิการขาขาด
dot
นิทานธรรมะ
dot
bulletแพะระลึกชาติ
bulletคลั่งนิพพาน
bulletฝังลูกนิมิต
bulletอยากได้สวรรค์
dot
ธรรมบท แห่งความดี
dot
bullet ตนเป็นที่พึ่งของตน
bulletโสดาปัตติผล
bulletยมกปาฏิหาริย์
bulletสัตว์โลกมืดบอด
bulletประโยชน์ของตน
bulletผู้เกิดมาเพื่อฆ่าตนเอง
bulletไม่ได้ทรัพย์เมื่อหนุ่ม
dot
Newsletter

dot




หัวอกพ่อแม่

หัวอกพ่อแม่

 

            เด็กวัยรุ่นในยุคปัจจุบันนี้ ส่วนมากเห็นความกตัญญูกตเวทีต่อพ่อแม่นั้นไม่สำคัญ น้อยนักที่จะรู้ซึ้งถึงจิตใจพ่อแม่ซ่อนความรู้สึกในส่วนลึกซึ่งมีต่อเลือดเนื้อเชื้อไขของตัว ได้มอบความรักและความตามใจลูกมีไม่น้อยที่ลูกเคี่ยวเข็ญพ่อแม่เมื่อต้องการสิ่งใดก็จะเอาให้ได้อย่างใจ หากพ่อแม่ขัดใจก็โกรธทำกิริยาท่าทางกระฟัดกระเฟียดหน้างอทำกระเง้ากระงอดบางคนก็ใช้กิริยาดุด่าพ่อแม่เหมือนทาส เพราะจะต้องการสิ่งใดก็จะให้พ่อแม่หามาให้ได้อย่างใจ ท่านได้พบเห็นลูกชนิดนี้แล้วก็ต้องเศร้าใจ ผู้ใหญ่สมัยก่อนยกมือท่วมหัวพลางอธิษฐานในจิตว่า เกิดมาชาติใดฉันใดก็ขออย่าได้พบลูกชนิดนี้เลย ขอให้ห่างไกลออกไปร้อยโยชน์แสนโยชน์ ทำบุญกรวดน้ำคว่ำกะลาขออย่ามาเกิดเป็นลูกเป็นเต้ากันเลย และพ่อแม่บางคนก็รักลูกจนหลง ถูกลูกดุก็งกๆ เงิ่นๆ เพราะตามใจลูกจนเคยตัว เคราะห์ดีที่ลูกพวกนี้ไม่ค่อยจะมีมากนักนานๆ ก็เคยพบเห็นสักครั้งหนึ่ง ทำให้คิดว่ามนุษย์เรานี้มีนิสัยแปลกแตกต่างกันไป เห็นพ่อแม่เป็นขี้ข้าก็มี แต่พวกนี้ไม่มีสิริมงคลและไม่เจริญ ส่วนพวกที่เห็นพ่อแม่เป็นพระที่ควรยกย่องบูชาก็มี พวกนี้จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองเพราะความกตัญญูกตเวทีก็เห็นจะเป็นกุศลและอกุศลกรรมในอดีตที่ติดตามมาสนอง แต่สิ่งที่ข้าพเจ้าเคยเห็นให้ยุคนี้เป็นตัวอย่างมากรายคนทำชั่วหนีไม่พ้นอกุศลกรรมอันนี้

            หากลูกคนใดใจชั่วด่าพ่อแม่ คนสมัยก่อนมักกล่าวว่าใช้พ่อแม่เหมือนทาสในเรือนเบี้ยซึ่งเป็นมาแต่ครั้งโบราณตลอดมาจนถึงยุคปัจจุบัน ทั้งได้เห็นเองและผู้ใหญ่เล่าให้ฟังคนที่ดุด่าพ่อแม่ คนผู้นั้นหากมีลูกต่อไปก็ถูกลูกดุด่าสืบสันดานชั่วเช่นเดียวกัน หนีไม่พ้น

 

            เมื่อพูดถึงความกตัญญูแล้วข้าพเจ้าก็อดคิดถึงประวัติของท่านธมมวิตกโกหรือ ท่านเจ้าคุณพระยานรรัตนราชมานิต ซึ่งข้าพเจ้าอยากจะยกท่านว่า “ยอดแห่งความกตัญญู” ทำให้ข้าพเจ้านึกถึงจดหมายฉบับหนึ่งแม้จะไม่ลงนามมาก็ดีแต่เมื่อพิจารณาดูแล้วเห็นว่า ควรจะหยิบยกบางตอนขึ้นมาให้รู้ว่าพระคุณหัวอกของพ่อแม่นั้น คนในยุคนี้มักจะมองข้ามหัวไป ไม่ใยดีที่จะนำมาพิจารณาหาเหตุผลเรื่องนี้แม้ข้าพเจ้าเองเมื่ออ่านแล้วก็ไม่แน่ใจว่าท่านผู้เป็นเจ้าของเรื่องนี้เป็นหญิงหรือชายไม่กล้าเดาชี้ขาดลงไป แต่ก็เห็นจะไม่สำคัญอะไร เพราะเราเพียงต้องการตัวอย่างผู้ที่หูตาสว่างขึ้นจากการหลงผิด คำว่าข้าพเจ้าต่อไปนี้โปรดอย่าเข้าใจว่าผู้เขียน ขอให้ทราบว่าเป็นคำแทนตัวผู้เป็นเจ้าของจดหมายหรือบันทึกฉบับหนึ่งในจำนวนมากมาย ตอนหนึ่งมีใจความว่า

            ข้าพเจ้ารู้ตัวภายหลังเมื่อหูตาสว่างแล้ว เป็นคนที่มีความทะเยอทะยานที่ผิดทาง ความจริงเรากำลังศึกษาชั้นสูงของมหาวิทยาลัย แต่เพื่อนข้าพเจ้าส่วนมากพ่อแม่เขาส่งไปชุบตัวเมืองนอก จะมีความรู้ติดตัวมามากน้อยเพียงใดไม่ต้องพูดถึง เพราะบางคนก็ไม่ได้ดีกรีอะไรกลับมาเลย บางคนก็ได้ปริญญาชั้นสูงแล้วแต่บุคคล ความประพฤติ และสติปัญญา แต่เมื่อกลับมาถึงเมืองไทยแล้วก็รู้สึกว่าออกจะแสดงตัวว่าสูงกว่าพวกเรา เพราะได้ผ่านเมืองนอกมา สำหรับข้าพเจ้าเห็นพ่อแม่เขาส่งลูกๆ ซึ่งเป็นเพื่อนหลายคน ตนเองก็เกิดอยากจะไปเมืองนอกกับเขาบ้าง จึงรบเร้าผู้ปกครองขอให้ส่งไปเรียนเมืองนอกเพื่อจะได้ชุบตัวเหมือนอย่างเพื่อนๆบ้าง ข้าพเจ้าได้พยายามอ้อนวอนพ่อแม่ขอให้จัดส่งข้าพเจ้าไปศึกษาต่างประเทศโดยได้ติดต่อทางมหาวิทยาลัยต่างประเทศเตรียมไว้ก่อน ด้วยการแนะนำของเพื่อนที่เคยผ่านต่างประเทศมาแล้ว ความจริงฐานะทางบ้านข้าพเจ้าเมื่อทราบภายหลังก็ไม่ได้มีเงินทองมากนัก เพียงแต่พอมีพอใช้แต่ความทะเยอทะยาน ความอยากมุ่งมั่นใจจะไปให้ได้มิได้พิจารณาความลำบากทางผู้ปกครองจะมีเพียงใดไม่เคยคิดและยังนึกอยู่เสมอว่าพ่อแม่เรามีเงินพอที่จะส่งให้ไปศึกษาต่อเมืองนอกได้ ความอยากความเห็นแก่ตัวตามอารมณ์เป็นใหญ่ เพราะพ่อแม่ตามใจจนเคยตัว จึงอยากหาทางไปชุบตัวให้เหมือนเพื่อน ไม่อยากให้น้อยหน้าเพื่อนคิดว่าเมื่อสำเร็จมาจากต่างประเทศแล้วรู้สึกว่าคงโก้ เดินไปไหนตัวคงสูงเด่นกว่าธรรมดาเพราะเขาคงเรียกว่า “หัวนอก” ดูเป็นเรื่องของความรู้สึกอย่างคิดไปตามอารมณ์เหมือนเด็กไม่เดียงสาในเวลานั้น เอาอะไรก็จะเอาให้ได้อย่างใจไม่ยอมให้ขัดใจเพราะพ่อแม่รักและตามใจจนเคยตัวนิสัยเสีย จะพูดให้ถูกก็คิดว่าเวลานั้นเป็นโรคอยากไปนอกขึ้นสมอง เมื่อจบทางเมืองไทยแล้วข้าพเจ้าก็เคี่ยวเข็ญขอเงินพ่อแม่เป็นค่าเครื่องบิน ค่าใช้จ่ายในการกินอยู่ศึกษาในต่างประเทศคิดแล้วเป็นเงินไม่น้อยต่อปี รู้สึกว่าพ่อแม่เคยตามใจข้าพเจ้ามาก่อนแล้วคงไม่ขัดใจ แรกๆ ก็บอกว่าลูกเรียนจบในนี้ก็พอแล้วอย่าไปเรียนนอกเลย เรียนนอกไม่วิเศษมาทุกคนเมื่อไหร่ เรียนในนี้ดีกว่านอกถมไป นอกจากจะเสียค่าใช้จ่ายแพงมากแล้ว พ่อแม่ก็ไม่อยากให้ลูกห่างไกล เพราะเราไม่เคยจากกันนานๆ พ่อแม่เป็นห่วงคิดถึงอยู่ ข้าพเจ้าก็เถียงว่า ลูกโตแล้วพ่อแม่ไม่ต้องห่วง ทีลูกของคนอื่นๆ ทำไมพ่อแม่เขาจึงไม่ห่วง เขาไปกันได้ พ่อแม่เขาไม่เคยคิดอย่างพ่อแม่เลย เขากลับสนับสนุนไม่เห็นเขาเป็นห่วง

            แต่พ่อแม่ก็อ้อนวอนจนอ่อนใจ เพราะข้าพเจ้ายืนกระต่ายขาเดียวดื้อจะไปให้ได้ รู้ว่าพ่อแม่มีข้าพเจ้าเป็นลูกคนเดียวถึงอย่างไรก็คงตาใจ แต่ที่สุดพ่อแม่เสียอ้อนวอนลูกไม่ได้ก็รับปากว่า จะจัดการส่งข้าพเจ้าไปเรียนเมืองนอกตามที่ข้าพเจ้าต้องการอย่างไม่เต็มใจ

            ในที่สุดข้าพเจ้าก็พอใจและมีความดีใจแล้ว เพราะได้มีโอกาสไปชุบตัวเหมืองนอกคราวนี้ ความดีใจของข้าพเจ้าทำให้พ่อแม่ต้องหน้าเศร้า ข้าพเจ้าก็คิดว่าพ่อแม่คงเป็นห่วงลูกมากที่ต้องจากห่างไกลออกไปอยู่กันคนละทวีป และดีใจอย่างลิงโลด เตรียมตัวเดินทางตัดเสื้อผ้านำไปใช้ เมื่อรู้ว่าจะได้ไปนอกโดยทุนของพ่อแม่ไม่ให้น้อยหน้าเพื่อนในคราวนี้คืนนั้นข้าพเจ้าไปงานวันเกิดที่บ้านเพื่อน และบอกทางบ้านว่าคืนนี้ข้าพเจ้าจะกลับดึก เพราะเพื่อนๆ จะเอารถมารับและมาส่ง อย่าเป็นห่วงข้าพเจ้า และตั้งใจจะประกาศให้เพื่อนๆ รู้ว่าข้าพเจ้าจะไปเรียนต่อเมืองนอก

            แต่ความจริงคืนนั้น ข้าพเจ้าไม่สามารถจะอยู่ดึกดังที่บอกทางบ้านไว้ไม่ จึงกลับแต่หัวค่ำ และมาถึงบ้านก็ปรากฏว่าพ่อแม่ไม่อยู่ไม่ทราบว่าท่านไปไหน และคนในบ้านก็ไม่รู้ว่าข้าพเจ้ากลับมาแต่หัวค่ำ เหตุที่ข้าพเจ้ากลับแต่หัวค่ำคืนนั้นก็เพราะแรกๆ ก็สนุกสนานกับเพื่อนๆ ว่าข้าพเจ้าจะไปเรียนต่อต่างประเทศ คิดว่าตอนดึกเมื่อจะกลับบ้านค่อยบอกดีกว่า แต่ยังไม่ทันจะบอกก็มีเพื่อนคนหนึ่งพูดในหมู่เพื่อนๆ ว่า “พวกนักเรียนทุนส่วนตัวความรู้ยังไม่ถึงขนาดถือว่ามีเงินก็ส่งไป พ่อแม่อยู่ทางนี้ก็ส่งเงินไปให้ลูกตามที่ลูกของตัวอ้างความจำเป็นอย่างโน้นอย่างนี้ พ่อแม่ไม่รู้ก็ส่งเงินไปให้เที่ยวเตร่เสียผู้เสียคน เอาเงินไปล้างผลาญสบาย บางคนก็หาที่เรียนไม่ได้ แล้วก็เอาแต่สนุกสนานทำให้เสียชื่อจนต้องถูกเนรเทศกลับเมืองไทย เพราะประพฤติตัวแหลกเหลวเสียชื่อก็มีมากรายด้วย พ่อแม่อยู่ทางนี้ไม่รู้ก็จัดหาเงินบางรายก็ต้องจำนองจำนำข้าวของที่ดินแทบหมดตัว หวังจะให้ลูกมีความรู้หาเลี้ยงพ่อแม่เมื่อแก ส่งไปนึกว่าลูกกำลังเรียนดี ที่สุดกว่าจะรู้ว่าผิดหวังเมื่อทางการสั่งให้ส่งกลับประเทศ พ่อแม่ลมจับเมื่อรู้ว่าลูกเป็นกุ๊ยที่เมืองนอก ไว้ผมรุงรังรู้ว่าไปทำเสียชื่อเสียงเมือง รู้สึกว่าคนไปนอกเวลานี้ไม่ค่อยจะมีเกียรติเท่าที่คิดที่นึก นอกจากพวกเรียนดีสอบชิงทุนได้เพราะมีความรู้ดีอยู่แล้ว และคนที่ไปทุนส่วนตัวที่ตั้งใจเรียนจริงๆ จังๆ เพราะเห็นใจพ่อแม่ลงทุนเสียเงินเสียทองก็มีมาก แต่ก็มีไม่น้อยเพราะเอาตัวอย่างชั่วมาใช้เสียคนง่าย” คำพูดของเพื่อนนั้นสะกิดใจข้าพเจ้ามาก ฉะนั้นคืนนั้นข้าพเจ้าจึงกลับแต่หัวค่ำมานอกกระสับกระส่ายเพราะคิดมาก เลิกคิดจะบอกเพื่อน

            จนรู้สึกว่าพ่อแม่กลับมายังไม่ดึกมากนัก ห้องนอนพ่อแม่ติดห้องข้าพเจ้า เสียงเปิดประตูเข้าห้องได้ยินเสียงพ่อแม่ถอนหายใจเหมือนทุกข์หนัก ข้าพเจ้าพยายามสงบนิ่งฟังว่าท่านทั้งสองจะพูดอะไรถึงข้าพเจ้า ท่านคงนึกว่ายังไม่กลับเพราะบอกว่ากลับดึก เสียงแม่ถอนหายใจแล้วพูดว่า

            “แล้วนี่จะทำอย่างไร รับปากกับลูกว่าจะส่งไปเรียนเมืองนอก เงินก็ยังมีไม่พอ ถ้าลูกผิดหวังคงเสียใจมากทั้งที่รับปากไว้แล้ว ลูกกำลังดีอกดีใจที่จะได้ไปนอก ที่นาแถวรังสิตของเราเวลานี้จะขายเขาก็ให้ราคาต่ำมาก ไม่ขายก็ไม่รู้ว่าจะเอาเงินที่ไหนมาส่งลูก พรุ่งนี้เราลองไปหาสำนักงานซื้อขายที่ดิน หากยังกดราคาเราก็ต้องไปหาที่อื่นที่เขารับซื้อหรือรับจำนองดูอีกแห่งหนึ่งคงจะได้เพิ่มราคาขึ้นบ้าง เพราะพวกนี้ถ้ารู้ว่าใครร้อนเงินก็มักจะกดราคาให้ต่ำ หากได้ราคาพอสมควรพอจะส่งลูกไปได้งวดแรกพี่ก็ต้องตกลง แล้วค่อยคิดกันใหม่”

            ข้าพเจ้าได้ยินก็รู้สึกหัวใจเต้นแรงวูบขึ้นมาเพราะไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนว่าจะทำให้พ่อแม่เดือดร้อนถึงเพียงนี้ น้ำตาก็เริ่มไหลออกมาเป็นครั้งแรกที่เกิดสงสารพ่อแม่ แต่ต้องทนฟังต่อไปก็ได้ยินเสียงแม่พูดว่า “ถ้าไม่พอน้องก็จะเอาเครื่องเพชรเครื่องทองที่น้องมีอยู่เก็บไว้เอามาขาย ก็พอจะช่วยบ้างแต่ถ้าของเราหมดไปแล้วลูกยังเรียนไม่จบไม่สำเร็จล่ะ พี่จะทำอย่างไร” เสียงพ่อถอนหายใจรู้สึกว่าความคิดไม่ปลอดโปร่งนัก แล้วตอบออกมาอย่างใช้ความคิดว่า “ถ้าไม่พอจริงๆ พี่ก็เห็นจะต้องเอาบ้านหลังนี้พร้อมที่ดินจำนองที่ธนาคารเพื่อแก้หน้าลูกจนกว่าจะเรียนจบ...” ข้าพเจ้าได้ยินเพียงเท่านี้มันตื้นตันใจ อยากจะลุกขึ้นไปแล้วเข้าไปกราบท่านทั้งสองแล้วพูดว่า  “ลูกไม่ต้องการจะไปแล้วเมื่อพ่อแม่ของลูกเดือดร้อนถึงเพียงนี้ และลูกจะไม่ไปในเงินทุนของพ่อแม่อีกแล้ว ขอโทษให้ลูกด้วย ลูกไม่สามารถจะเห็นพ่อแม่คนไหนเขาจะเสียสละให้ลูกตัวเองต้องเดือดร้อนอยู่ในอกโดยไม่ยอมให้ลูกได้รับรู้” แต่ข้าพเจ้าก็ไม่ได้เปิดประตูห้องนอนมาบอกพ่อแม่ตามที่คิด นึกว่าควรจะคิดทำให้ดีกว่านี้จึงได้แต่เอาหมอนหนุนหัวทับหน้า เอามือรัดไว้ไม่ให้เสียงสะอื้นร้องไห้ออกจากปากให้พ่อแม่ได้ยิน คืนนั้นไม่สามารถจะข่มความรู้สึกให้หลับได้เพราะจิตใจคิดฟุ้งซ่าน ย้อนหลังคิดถึงครั้งยังเป็นนักเรียนกินนอน อยู่โรงเรียนชาวต่างประเทศและต่างศาสนาเขาก็สอนศาสนาของเรา เวลาเมื่อยู่โรงเรียนเขาสอนให้ก่อนกินอาหารเลี้ยงชีวิตตลอดมา แล้วก็ใช้นิ้วแตะที่หน้าผากและไหล่ซ้ายขวา เราอยู่โรงเรียนเขาเราก็ต้องทำตามอย่างเขา แม้จะสนใจหรือไม่ก็ตาม

            มาคืนนี้ได้ยินเสียงพ่อแม่พูดถึงเรื่องจะหาเงินส่งลูกไปเรียนนอกตามคำร้องขอของลูกทำให้นึกขึ้นได้ว่า พ่อแม่บังเกิดเกล้าที่รักลูก ตามใจลูก จะเอาสิ่งใดก็หาให้แม้ตัวจะลำบากก็เสียสละเพื่อลูก พ่อแม่นั้นก็เหมือนพระเจ้าของลูกที่ได้ส่งเงินให้ค่าศึกษาเล่าเรียน จ่ายค่ากินอยู่หลับนอน ตลอดค่าเทอมแล้วเทอมอีกจนกว่าจะสำเร็จ ซึ่งเงินทองค่าใช้จ่ายมาจากพ่อแม่ทั้งสิ้น พระเจ้าที่แท้จริงของลูกก็คือพ่อแม่ที่ควรแก่การเคารพบูชายิ่ง ลูกควรจะมีความกตัญญูกตเวทีและเห็นอกเห็นใจสงสารพ่อแม่มากขึ้น คำพูดของพ่อแม่เสียดแทงเข้าไปในดวงใจ ด้วยความรักและสงสารมากขึ้นจนไม่สามารถจะฟังพ่อแม่ปรับทุกข์กันต่อไป ใช้หมอนใช้ผ้าห่มปิดปากข่มความรู้สึก ไม่ให้เสียงสะอื้นออกจากปากคืนนั้นนอนหลับๆ ตื่นๆ รู้สึกอ่านเพลีย

            เช้าวันนั้น ข้าพเจ้าลุกขึ้นเข้าห้องน้ำสายกว่าวันธรรมดาเพราะนอนหลับเอาจวนรุ่งสว่างจึงตื่นสาย แล้วออกมากินข้าวเช้ากับท่านทั้งสองซึ่งกำลังรออยู่ ก็ถูกท่านทักว่าเช้าวันนี้ทำไมหน้าตาซูบซีด หูตาแดง เมื่อคืนนี้ไปมีเรื่องกับเพื่อนมาหรือ กลับดึกไหมลูก ข้าพเจ้าก็เพียงพูดค่อยๆ เพราะใจยังสั่นสะอื้นอยู่ในอกไม่หายว่า “ไม่มีเรื่องอะไรมากนัก มีเพื่อนเขาพูดว่านักเรียนทุนส่วนตัวที่ไปนอกส่วนมากไปผลาญเงินพ่อแม่ไม่เคยคิดถึงอกพ่อแม่เลย แล้วก็ไปทำชื่อเสียงเสียบางคนก็ถูกส่งตัวกลับเพราะประพฤติชั่ว สู้พวกสอบชิงทุนไม่ได้ เพราะพวกนี้เขามีความรู้ดี เอาใจใส่ในการเรียนไม่เคยทำเสียชื่อเสียง” เสียงพ่อบอกว่า “เท่านั้นก็ไม่ควรเสียอกเสียใจต้องร้องไห้ร้องห่มทำไม เพราะคนไปทุนส่วนตัวที่ดีก็มีมาก คนชั่วก็มี พ่อทราบว่าบางคนชั่วไปจากเมืองไทยแล้วพ่อแม่ผู้ปกครองคิดว่าส่งไปเมืองนอกแล้วจะดีขึ้นบ้างแต่กลับไปถูกโรงเรียนไล่ออก กลับไปทำเสียชื่อถึงเมืองนอก ทำชื่อเสียงในเมืองไทยยังไม่พอ ทำให้นักเรียนไทยที่ดีถูกชาวต่างประเทศมองดูพลอยมัวหมองไปด้วย” ข้าพเจ้าจึงบอกว่าต่อไปนี้ลูกจะไม่รบกวนเงินพ่อแม่เรื่องไปนอก จะสมัครสอบชิงทุน มิฉะนั้นก็ไม่ไปดีกว่า พ่อแม่มองดูข้าพเจ้าแล้วก็มองดูตากันทั้งสองท่าน แล้วมองดูข้าพเจ้าอย่าสงสัยว่า ทำไมข้าพเจ้าจึงเปลี่ยนใจง่ายและรวดเร็ว เพียงแต่ได้ฟังคำพูดของเพื่อนๆ เท่านั้น และท่านก็ไม่รู้ว่าข้าพเจ้าได้ยินคำพูดของท่านเมื่อคืนนี้ เพราะไม่บอกว่าได้ยินและพ่อแม่ก็ไม่รู้

            นับแต่วันนั้นมา ข้าพเจ้าก็พยายามใช้เวลาศึกษาเล่าเรียน ขยันดูหนังสือให้มากขึ้นกว่าแต่ก่อน ซึ่งเมือก่อนไม่ได้สนใจมากนัก พยายามเรียนรู้วิชาภาษาต่างประเทศ และพยายามทุกทางที่เกี่ยวกับวิชาความรู้ในแขนงที่ข้าพเจ้ารักทำให้พ่อแม่รู้สึกพอใจและรักเอ็นดูข้าพเจ้ามากขึ้น ปีต่อมาก็สอบชิงทุนหลายทุน ที่สุดข้าพเจ้าก็สอบชิงทุนได้ที่ดี การไปนอกก็ออกค่าใช้จ่ายทั้งหมดไม่มียกเว้น ตลอดทั้งค่าใช้จ่ายส่วนตัวประจำเดือนได้สูงเพราะสอบได้ลำดับดีและดีว่าทุนอื่นๆ  ทั้งไม่มีข้อผูกมัดใดๆ เพราะเป็นทุนต่างประเทศปัญหาเรื่องเรียนต่อต่างประเทศโดยลำแข้งของข้าพเจ้าก็สำเร็จเป็นความจริงขึ้น ทำให้พ่อแม่มีความยินดีกับข้าพเจ้ามาก แม่ดีใจจนน้ำตาไหล ข้าพเจ้าได้ทุนที่ดีจึงมีเงินเหลือใช้ส่วนตัว อยู่เมืองนอกพยายามประหยัดใช้มีเงินเหลือส่งมาให้พ่อแม่ทางบ้านแทนที่พ่อแม่จะส่งให้ข้าพเจ้า จวบจนข้าพเจ้าสำเร็จการศึกษาได้ปริญญาแล้ว ข้าพเจ้าคิดถึงพ่อแม่คิดถึงเพื่อนฝูง ที่อดทนก็เพื่อเรียนให้สำเร็จ เมื่อรู้ว่าจะได้กลับบ้านก็ยิ่งคิดถึงบ้านมากขึ้นอยากจะให้ถึงบ้านเร็วๆ แต่แล้วเวลาเดินทางกลับบ้านเกิดเมืองนอนมาถึง ข้าพเจ้าขึ้นอยู่บนเครื่องบินเหมือนตนเองอยู่บนสวรรค์ ที่จะได้เห็นหน้าพ่อแม่ที่รักใจจะขาด แม้เครื่องบินจะเร็วเพียงใดแต่ก็ยังช้ากว่าคนใจเร็วอย่างข้าพเจ้า ไม่ช้าเรือยินก็ข้ามทะเลเข้ามาในเขตไทย ข้าพเจ้าดีใจและตื่นเต้นเมื่อได้มองลงมาเห็นวัดวาอารามโบสถ์เหลืองอร่ามด้วยสีทอง เป็นเครื่องหมายของพระพุทธศาสนา ข้าพเจ้าระงับไว้ไม่อยู่ปลื้มปีติจนน้ำตาไหล ทั้งในไม่ช้าข้าพเจ้าก็จะได้เห็นหน้าพ่อแม่ญาติพี่น้องนึกวาดภาพคงจะแวดล้อมข้าพเจ้าด้วยความดีใจ เรือบินกำลังจะบินเข้ามาในเขตของจังหวัดพระนครแล้ว ใจข้าพเจ้ายิ่งเต้นตึกตักเพราะตื้นปีติ เมื่อเข้าเขตพระนครก็เห็นรถยนต์วิ่งขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน เมื่อเครื่องบินถลาลงสนามเข้าจอดตรงลานบิน เมื่อผู้โดยสารกำลังเดินลงจากเครื่องบินข้าพเจ้าติดตามลงมาเป็นคนที่สามแล้วส่ายตามองหาพ่อแม่เมื่อผ่านศุลกากรและด่านตรวจคนเข้าเมืองแล้ว ข้าพเจ้ารีบออกมาเหมือนแทบจะวิ่ง แม้จะหอบข้าวของพะรุงพะรังก็ไม่สนใจใคร จะมองในแง่ใดตาส่ายหาหน้าพ่อหน้าแม่ผู้บังเกิดเกล้าที่รักทั้งสอง ข้าพเจ้าเห็นคนมากมายเดินขวักไขว่ที่สถานีดอนเมือง ข้าพเจ้าส่ายตาจ้องดูทางซ้ายทางขวารู้สึกตาพร่าไปหมด พอดีข้าพเจ้ามองเห็นผู้บังเกิดเกล้าส่ายตามองหาข้าพเจ้าเหมือนกัน เห็นจะเป็นเพราะข้าพเจ้าหอบข้าวของพะรุงพะรัง พ่อแม่จึงจำข้าพเจ้าไม่ได้ ข้าพเจ้าดีใจตะโกนร้องเรียกไป เสียงดังไม่สนใจใครหมดอายว่า พ่อจ๋า แม่จ๋า แล้วข้าพเจ้าก็โผเข้าไปกอดสะเอวท่านทั้งสองไว้แล้วก็ซบหน้าน้ำตาไหลด้วยความปีติได้เห็นหน้าพ่อแม่อีกครั้งหนึ่งหลังจากที่ได้จากกันหลายปี พ่อแม่ก็น้ำตาไหลออกมาเช่นเดียวกัน ข้าพเจ้าพูดได้เพียงว่า “เมื่อคืนลูกนอนไม่หลับเพราะรู้ว่าวันนี้จะได้พบพ่อพบแม่” เสียงแม่ก็ตอบอย่างกระเส่าทั้งน้ำตาที่ปีติว่า “เมื่อคืนพ่อกับแม่ก็นอนไม่หลับเหมือนกันเพราะคิดว่าวันนี้คงจะต้องมาพบลูกเช่นเดียวกัน เรามัวดีใจที่ได้พบกันจนเพลิน แม่จึงเตือนว่าเรากลับไปบ้านกันเถิดแม่ได้แกงเขียวหวานไก่ไว้ให้ลูกแล้วตามที่ลูกได้เขียนจดหมายมาบอกว่าอยากกิน” ความดีใจทำให้ข้าพเจ้าลืมธรรมเนียมไทยไป ข้าพเจ้ากราบที่อกท่านทั้งสองด้วยความรักและเคารพฝังอยู่ในความกตัญญูกตเวที เพราะนึกถึงน้ำใจของท่านที่เคยคิดว่าจะยอมเสียสละได้ทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อลูก ยังซึ้งใจข้าพเจ้าฝังลึกอย่างไม่รู้ลืม และคำพูดประโยคหนึ่งของคุณพ่อที่ทำให้ข้าพเจ้าไม่สามารถจะกลั้นน้ำตาไว้ได้ว่า “ลูกรักลูกได้สร้างตัวเองด้วยความสามารถของลูกโดยพ่อและแม่ไม่ต้องเดือดร้อนอะไร พ่อและแม่ปลื้มใจมาก” ข้าพเจ้าจำคืนก่อนที่จะเดินทางไปนอกได้ดี ข้าพเจ้าขอเขียนมาเป็นตัวอย่างของความกตัญญูที่เปลี่ยนใจข้าพเจ้าในปัจจุบันเพราะเห็นใจในความรักลูก เห็นอกของพ่อแม่ มาอภินันทนาการ แก่ท่านเรื่องหนึ่งที่เกิดขึ้นแก่ชีวิตข้าพเจ้ามาแล้ว

            ผู้เรียบเรียงเขียนข้อความบันทึกนี้ไม่กล้าจะสันนิษฐานว่าท่านผู้นี้จะเป็นสุภาพบุรุษหรือสุภาพสตรี เพราะท่านผู้บันทึกใช้คำพูดกลางๆ ไม่ได้บอกและลงชื่อมาด้วย จะหญิงหรือชายขอท่านผู้อ่านผู้ฟังจงพิจารณาดูเอง แต่เรื่องของท่านผู้นี้ได้ก่อให้เกิดความกตัญญูกตเวทีขึ้นมา จึงเกิดเป็นสิริมงคลขึ้นแก่ตนเองเป็นตัวอย่าง ฉะนั้นผู้เขียนคิดว่าการก่อเกิดอารมณ์ขึ้นทางจิตใจเพราะได้ยินได้ฟัง ได้อ่าน ได้รู้ ได้เห็นสิ่งเหล่านี้ย่อมจะมีทั้งดีและไม่ได้ได้เช่นเดียวกัน หากท่านจะป้องกันไว้ก่อนโดยฝึกจิตให้เป็นผู้โกรธยาก ไม่เห็นแก่ตัวเป็นอารมณ์เย็น แม้เราจะได้ยินสิ่งไม่ดีแสลงหู จิตใจตั้งอยู่กลางๆ ก็จะได้มีเวลาใช้สติปัญญาสมองพิจารณาสิ่งใดดีสิ่งใดชั่ว และปฏิบัติในสิ่งที่ดี โดยเฉพาะคำสั่งสอนของพ่อแม่ผู้หวังดีจะเป็นตัวอย่างผู้ปฏิบัติในสิ่งที่ดี โดยเฉพาะคำสั่งสอนของพ่อแม่ผู้หวังดีจะเป็นตัวอย่างผู้ปฏิบัติดีอย่างน่าเคารพนับถือบูชาตลอดไป

            พ่อแม่เป็นบุพการี มีพระคุณเหมือนพระเจ้าของลูกควรแก่การเคารพบูชาตลอดไป

            พ่อแม่บุพการี มีพระคุณเหมือนพระเจ้าของลูกควรแก่การเคารพบูชา บุคคลใดได้อ่านเรื่องนี้ เกิดความกตัญญูกตเวทีขึ้นมา ก็จะเริ่มต้นเป็นสิริมงคลความเจริญแก่ผู้นั้นต่อไป







Copyright © 2010 All Rights Reserved.