ReadyPlanet.com
dot dot
dot
คำสอนกรรมฐานจากพระพุทธโอษฐ์
dot
bulletมนุษย์ถือเอาที่พึ่งผิดๆ เป็นสรณะ
bulletอริยมรรคมีองค์แปด
bulletพระมหาสติปัฏฐานสูตร
bulletกายานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletเวทนานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletจิตตานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletธัมมานุปัสสนาสติปัฏฐาน
bulletปัจฉิมพุทโธวาทปาฐะ
bulletพรหมจรรย์แห่งพระพุทธศาสนา
bulletทางออกจากวัฏฏะสงสาร
bulletปฎิบัติอย่างไรจึงทำที่สุดทุกข์ได้
bullet"สุญญตา"-ธาตุ-ผัสสะ-วิหาร
dot
แผนที่ เข็มทิศ ชัยภูมิ การปฏิบัติธรรม
dot
bulletบูชาพระรัตนตรัย
bulletพระตถาคตเจ้า เกิดขึ้นแล้วในโลก
bulletสัมมาทิฏฐิ
bulletสติปัฏฐาน ๔
bulletวิธีการปฏิบัติธรรม
bulletวิธีการกำหนดรู้
bulletอริยสัจ 4
bulletพระไตรลักษณ์
bulletปฏิจจสมุปบาท
bulletเพชรในหัวคางคก
bulletพระสารีริกธาตุ-ปัจเจกพุทธเจ้า
bulletพระอรหันตธาตุสมัยพุทธกาล
bulletพระอรหันตธาตุสมัยปัจจุบัน
dot
ว่าด้วยแนวทางการปฏิบัติธรรม
dot
bulletสมาทานศีล ๘
bulletคำขอกรรมฐาน
bulletคำลากรรมฐาน
bulletคำขอขมา
bulletปฏิเวธธรรม จากประสบการณ์
bulletบันทึกธรรม จากประสบการณ์
bulletวิธีทำสมถะวิปัสสนา
bulletดวงจิตผู้รู้อยู่ (หลวงปู่สิม)
bulletทวนกระแสจิตมาสู่ดวงจิตผู้รู้
bulletวิธีปฏิบัติธรรมหลวงปู่ดูลย์
bulletการอ่านหรือฟังธรรมให้เป็นธรรม
bulletเครื่องตามรักษา 5 ประการ
bulletการประสารความขัดแย้งภายใน
dot
ข้อคิด-คติธรรม หลวงปู่มั่น
dot
bulletวัตรปฏิบัติ
bulletอุบายปัญญา
bulletโอวาทธรรม
bulletอธิบายธรรม จิตเดิม
bulletอธิบายธรรม อกิริยา
bulletอธิบายธรรม สัตตาวาส ๙
dot
ข้อคิด คติธรรม หลวงปู่ดูลย์
dot
bulletธรรมโอวาท
bulletปรารภธรรมะเรื่องอริยสัจสี่
bulletรู้ให้พร้อม
bulletแนวปฏิบัติที่ถูกต้องและง่าย
bulletเต่า กับ ปลา
bulletผลคล้ายกันแต่ไม่เหมือนกัน
bulletนักปฏิบัติลังเลใจ
bulletตื่นอาจารย์
bulletสิ้นชาติขาดภพ
dot
เรื่องเล่ากฏแห่งกรรม
dot
bulletบาปทางใจ
bulletไม่ต้องการสวรรค์
bulletหัวอกพ่อแม่
bulletวัยบาป
bulletวิญญาณคะนอง
bulletปากมนุษย์
bulletโทษของความโลภ
bulletนี่แหละผลกรรม
bulletเมตตา-กรุณา
bulletความฝันลุงยุ้ย
bulletเปรตหลวงพ่อขำ
bulletอานิสงส์ของการสวดพุทธคุณ
bulletสมาธิรักษาโรค
bulletวิญญาณรายงานตัว
bulletหญิงสองร่างนางสองชาติ
bulletใช้หนี้กรรม
bulletตายจากคนไปเกิดเป็นวัว
bulletบวช-ช่วยเตี่ยขึ้นจากนรก
bulletใช้หนี้กรรมสุนัข แมว
bulletตาเคลิ้ม
bulletอานิสงส์ สร้างพระพุทธรูป
bulletอดีตชาติ
bulletเรื่องจริงของการเวียนว่ายตายเกิด
dot
วัดรัตนคูหา ถ้ำผากล้วย แม่เมาะ
dot
bulletแผนที่ไปวัดรัตนคูหา(ถ้ำผากล้วย)
bulletพาแอ่วชุมชน ชมวิถีคนแม่เมาะ
dot
มุมกิจกรรม-ชมรมคนใจสบาย
dot
bulletทานบารมี
bulletภาพกิจกรรมชมรมคนใจสบาย
bulletข่าวชมรมคนใจสบาย
bulletถวายกุฎิคุณากโร ณ วัดรัตนคูหา
bulletไหว้พระดี แดนอีสาน
bulletร่วมสร้างอุโบสถวัดรัตนคูหา
bulletถวายกุฏิกรกช ณ วัดรัตนคูหา
bulletซื้อและติดต้ังปั๊มน้ำบาดาลให้วัด
bulletช่วยกันสร้างแรงบันดาลใจ
bulletสนทนาธรรมกับหลวงพ่อหล
bulletถวายผ้าป่าวัดเขาน้อยปัจเจกธรรม
bulletถวายสังฆทานวัดป่าบ้านโคกเต่า
bulletFacebook รวมภาพกิจกรรม
bulletวิธีป้องกันภัยจากรถสาธารณะ
bulletรักษาตาฟรี ถวายในหลวง
bulletโครงการผู้ป่วยมะเร็งเม็ดเลือดขาว
bulletขาเทียมฟรี สำหรับผู้พิการขาขาด
dot
นิทานธรรมะ
dot
bulletแพะระลึกชาติ
bulletคลั่งนิพพาน
bulletฝังลูกนิมิต
bulletอยากได้สวรรค์
dot
ธรรมบท แห่งความดี
dot
bullet ตนเป็นที่พึ่งของตน
bulletโสดาปัตติผล
bulletยมกปาฏิหาริย์
bulletสัตว์โลกมืดบอด
bulletประโยชน์ของตน
bulletผู้เกิดมาเพื่อฆ่าตนเอง
bulletไม่ได้ทรัพย์เมื่อหนุ่ม
dot
Newsletter

dot




ปฏิเวธธรรม จากประสบการณ์

 

สัมปชัญญะ คือความรู้ตัวทั่วพร้อม  สติคือความรู้ชัดในธรรมที่มีเหตุเกิดและดับในกาย ทั้งธาตุ4 ทั้งอิริยาบท4 นั่งยืนเดินนอน รู้ชัดในเวทนา . รู้ชัดทั้ง โลภะโทสะ โมหะ รู้ชัดทั้งอายตนะ ภายในภายนอก รวมทั้ง สังโยชน์(ความพอใจ ไม่พอใจ)ที่อาศัยเกิดด้วย ถ้าไม่รู้ชัดในธรรม ก็จะถูกปรุงแต่งสืบต่อก่อเกิดความคิด. สติที่ฝึกดีแล้วจะเท่าทันความคิดมากขึ้นโดยลำดับ รู้ตัวเร็วขึ้น ความคิดสั้นลง จนเป็นคนสิ้นคิด ไตรลักษณ์ก็จะปรากฎ

สติป็นเครื่องกั้น ปัญญาป็นเครื่องออกจากวัฎฎะสงสาร การดำเนินเป็นไปตาม ศีล สมาธิ ปัญญา (มรรคมีองค์8) หากดำเนินได้ถูกต้อง จะพัฒนา "จักษุ" เห็นต่างจากที่เคยเห็น คือ เห็นตามความจริง ไปโดยลำดับ (ที่เราเรียกกันว่าแจ้ง) สิ่งนี้เป็นตัวปัญญา(ทำให้เราเปลียนความเห็น ซึ่งจะนำไปสู่ปฏิปทาใหม่ในการดำเนินชีวิต) จะเห็นได้ต้องมีสมาธิป็นบาทฐาน  เมื่อเห็นต่างแล้ว จิตจะไม่ส่งออก ตั้งมั่นอยู่ภายใน ทำให้สมาธิตั้งมั่นมากขึ้นเรื่อยๆ สติจะว่องไว เกื้อหนุนกับสมาธิ จะพัฒนา"จักษุ" ให้ชัดเจนแจ่มใสมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งเห็นต่าง ตามความจริง ความหลงน้อยลงเรื่อยๆ ส่งออกน้อยลง สมาธิและสติจะมีความต่อเนื่อง จนกระทั่งเห็นการมา-การไป(ดิ้นรน)ของจิต  ซึ่งพระพุทธเจ้าชี้ว่าคือทุกขสัจ อันเป็นอาการของจิตเนื่องจากหลงในธาตุ4ขันธ์5อายตนะ6 ว่าเป็นตัวตน.  เมื่อรู้จักทุกขสัจ ก็กำหนดรู้ ไปจนเต็มรอบของอาการ  โดยอาการหนึ่งทะยานอยาก คือตัณหา ก็ละไปจนเต็มรอบของอาการ นิโรธจะปรากฎในแต่ละขณะนั้น จะเห็นในสิ่งที่ไม่เคยเห็นมาก่อนว่า เรายึดสิ่งที่ไม่เที่ยงมาเป็นตัวตน ความเห็นเปลี่ยนอย่างถล่มทลาย หลังจากนั้น จะเห็นการตั้งอยู่ของอารมณ์อันเนื่องจากความคิด ความพอใจและไม่พอใจเป็นทุกขสัจ. จะทำให้ต้องทำความเพียรอยู่ตลอดเวลา. ยิ่งแจ้งมากขึ้น จิตยิ่งละเอียดขึ้น ยิ่งต้องยกระดับความเพียร เกิดความเบื่อหน่าย คลายกำหนัด (นิพพิทา-วิราคะ) สลัดคืนตัวตนจนกระทั่งสลายเป็นส่วนเดียวกับความว่าง (วิมุตติ)   อนุสัย-อาสวะ จะยังทำให้เกิดภพ และเกิดตัวตนได้อีก ก็ยิ่งเพียรให้ถึงความไม่ประมาท ละความยินดีในกามภพ(มนุษย์-เทวดา) ถี่และมากขึ้นโดยนัยของอริยสัจ จะรู้พร้อม(ในวิมุตติ)มากขึ้น จะเห็นการเกิดการดับโดยสำคัญว่า "มี" และ "ไม่มี" น้อยลง  ส่งผลให้การเวียนกลับจากภพที่อยู่ ไปสู่กามภพน้อยลงเรื่อยๆ เนื่องจากมีปัญญามากขึ้นจากการเห็นทุกขสัจ เห็นโทษ ของกามภพ ทำให้ไม่เวียนกลับจากภพที่อยู่นั้น เป็นความบริบูรณ์ของสมาธิระดับหนึ่ง อันเนื่องจากมีปัญญาพอประมาณ

 

 พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติและสอนโดยใช้สิ่งที่ทุกคนหลง มาเป็นทางดำเนิน (มรรค) ให้รู้ว่าเมื่อหลงแล้วจิตมีอาการอย่างไร  อาการนั้นๆเกิดจากการพลัดพรากจากสิ่งที่ยินดีพอใจ, ประสบกับสิ่งที่ไม่ยินดีพอใจ, ปรารถนาสิ่งใดแล้วไม่ได้สิ่งนั้น อาการนี้เรียกว่าทุกขสัจ. ผู้ไม่รู้ในทุกขสัจ เมื่อจิตเกิดอาการดิ้นรนทุรนทุราย เสียดแทง ก็จะมีความอยากหนีไปหาสิ่งที่ตัวเองยินดีพอใจ อาการนี้เรียกว่า สมุทัย. ผู้ที่เห็นตามนี้ชื่อว่าเป็นผู้ดำเนินในมรรคมีองค์๘.  เมื่อเห็นทุกขและรู้จักความจริงนี้แล้ว คือรอบที่ ๑ ก็ต้องกำหนดรู้ทุกข คือรอบที่๒ กำหนดจนเสร็จคือ อยู่กับมันได้จนเต็มรอบถือเป็นรอบที่๓. ขณะที่กำหนดรู้ทุกข ก็จะเห็นสมุทัย ซึ่งต้องละ ซึ่งมี3รอบเช่นกัน หากละได้นิโรธจะปรากฏ จิตจะแจ้งมากขึ้นในแต่ละรอบ. ผู้ที่เห็นแบบนี้ดำเนินแบบนี้. ชื่อว่าดำเนินในมรรค อริยสัจ๔ จึงมี ๔ อาการ ๑๒รอบ. ผู้ที่เห็นจนเต็มรอบ จะเป็นผู้ตื่นจากความหลงที่ไปยึดถือสิ่งที่ไม่เที่ยงเอามาเป็นเราเป็นของเรา  ตัวตนจะหายไป จากที่เห็นทุกขสัจ จะเห็นเป็นทุกขังในไตรลักษณ์แทน อาการที่เกิดจากความหลงจะไม่ปรากฏ. เข้าถึงความว่าง ตามสังโยชน์ที่ตัดได้. หากยังตัดได้ไม่หมด ก็ดำเนินต่อตามข้างต้น จนถึงที่สุดแห่งทุกข จนถึงวิมุตติสุดท้าย คือพระนิพพาน

 

ทุกข์ในขันธ์ (ทุกขเวทนา) ก็อย่างหนึ่ง ทุกขสัจในอริยสัจ ก็อีกอย่างหนึ่ง ทุกขลักษณะในไตรลักษณ์ ก็อีกอย่างหนึ่ง

 

เวทนาขันธ์ รวมทั้งขันธ์5 ธาตุ4 อายตนะ6 เป็นธรรม อันแสดงไตรลักษณ์อยู่เป็นปกติธรรมดา (ทุกขัง เป็นลักษณะหนึ่งของไตรลักษณ์) มันเป็นของมันอย่างนี้ ไม่ผิดไปจากนี้ ไม่เป็นไปโดยประการอื่น.  แต่ด้วยความไม่รู้ของเรา จึงได้ยึดมาเป็นเรา เป็นของเรา พระพุทธเจ้าจึงประกาศอริยสัจ4 เป็นทางออกจากวัฏกะสงสาร ทุกขสัจจเป็นความจริงอันประเสริฐอาการหนึ่ง ปรากฎแต่ผู้ที่ยังหลงอยู่นั้นแล 

 

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา เป็นความธรรมดา ที่คนธรรมดาไม่เข้าใจ ไม่เห็นธาตุโดยความเป็นธาตุ เห็นขัน(ธ์) เป็นกาละมัง ทำให้ต้องท่องเที่ยวไปในภพภูมิต่างๆ ตัวอย่างเช่น ตัวเราเอง แก่ขึ้นทุกวัน เจ็บป่วย มีมรณะอยู่ต่อหน้า ยังประมาทในธรรม ปล่อยให้ธรรมตั้งอยู่เกินกว่าธรรมดา  เกิดสัญเจตนาเป็นสังขารแล้วยังไม่เห็น สัพเพสังขารา อนิจจา สัพเพสังขารา ทุกขัง  สัพเพธัมมา เลยเป็นอัตตา เอามาเป็นตัวตนซะเลย

 

 

ศีล สมาธิ ปัญญา เป็นการปฏิบัติธรรม. ฝึกฝนตนไปตามลำดับ จากหยาบ กลาง ละเอียด ธรรมดาจิตย่อมไหลลงต่ำ ศีลเป็นการใช้เจตนาดีเว้นจากการทำชั่ว เบียดเบียนตนเองและผู้อื่นทางกาย ทำให้เข้าใจเจตนาในการฝืนใจตนเอง ไม่ให้กระทำความชั่ว หากสร้างวินัยให้ตนเองได้อย่างต่อเนื่อง จะเข้าใจการตั้งอยู่ของอารมณ์อันเป็นกุศลและอกุศล. ส่านที่เป็นอกุศล เช่น นิวรณ์ 5 ก็เพียรละ. ส่านที่เป็นกุศล เช่น ศีลก็เพียรรักษา. หากทำได้สมำเสมอ ผลคือสมาธิก็บังเกิดขึ้น เพราะเราทำเหตุไว้ดีแล้ว เมื่อมีสมาธิก็นำมาเป็นเครื่องมือในการดำเนิน โดยใช้รูป นาม เป็นอารมณ์ การดำเนินจากกลาง ไปหาละเอียด เพียรละอกุศล รักษาและทำกุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น จิตจะละเอียดขึ้น การตั้งอยู่ของอารมณ์อันเป็นภพภูมิต่างๆ ก็ละเอียดขึ้น  หากดำเนินในมรรคมีองค์8 ได้ถูกต้อง จิตที่ละเอียดขึ้น จะถูกปรุงแต่งจากการกระทบได้เร็วขึ้น ทำให้ผู้ปฏิบัติ ต้องฝืนใจตนเอง(บ้างก็ว่ารู้สึกเหมือนทวนกระแสโลก) พร้อมทั้งเพิ่มความเพียรให้ทันกับจิตที่ละเอียดขึ้น เห็นอริยสัจ๔ แจ้งในไตรลักษณ์ (ปัญญา) จะเห็นกระแสโลกกับกระแสนิพพานเป็นกระแสเดียวกัน เพราะ โลกว่างจากเรา จนอารมณ์อันเป็นที่ตั้งของวิญญาณขาดลง เห็นไตรลักษณ์เป็น อนัตตา เราก็จะว่างจากโลก(โลกที่ประกอบด้วย ธาตุ4 ขันธ์5 อายตนะ6) เพราะ เราไม่ใช่เรา โลกไม่ใช่เรา  เราไม่ใช่โลก

 

ปฏิจจสมุปบาท เป็นการแสดงให้เห็นว่าธรรมเป็นอนัตตา ไม่ใช่เราไม่ใช่ของเรา เป็นธรรมที่อาศัยกันและกันเกิด ไม่มีเราอยู่ในการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป  เป็นธรรมที่เกิดแต่เหตุ เมื่อหมดเหตุก็ดับไป  หากผู้ใดใช้ความคิดทำความเข้าใจในปฏิจจสมุปบาท ไม่สามารถเป็นไปได้ เพราะมีความคิดก็เท่ากับมีตัวตนเกิดขึ้นแล้ว  หากผู้ใดเท่าทันความคิดตัวเอง กำหนดรู้ทัน เห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ของความคิดนั้น ตัวตน(อวิชชา) ก็มากน้อย ตามการตั้งอยู่ของความคิดนั้น.   ผู้ใดปฏิบัติได้ฌาณโดยลำดับ ละความยินดีพอใจในธรรม(องค์ฌาณ)ที่ละเอียดไปโดยลำดับ (คือเห็นธรรมนั้นเป็นอนัตตา) ย่อมเห็นโดยนัยของปฏิจจสมุปบาทอยู่แล้ว เช่น ผู้ที่ได้ตติยฌาณ หากเพลินอยู่กับการเสวยความสุข สร้างหลักปักฐานเกิดภพ ชาติ ไม่ยอมให้ธรรม(สุข)ที่เกิดขึ้นนั้น ดับไปตามเหตุ นั่นคืออวิชชา(ตัวตน)ในภพนี้ก็ยังมีอยู่.    แต่ถ้าไม่เพลินในสุขนั้น เห็นสุขนั้นเกิดแต่เหตุ เมื่อหมดเหตุก็ดับไป นั่นคือเห็นสุขนั้นเป็นอนัตตา ไม่ใช่ตัวตน อวิชชา(เฉพาะส่วนของตติยฌาณ)ในภพนั้นก็ดับไป  นี้เป็นการอธิบายโดยนัยการเกิด-ดับ ของสายปฏิจจสมุปบาท สำหรับผู้ที่ยังดำเนินอยู่    หากผู้ที่พ้นแล้ว เห็นธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา แจ้งแทงตลอดในสายปฏิจจสมุทบาท เกิดปัญญากำจัดอวิชชาคือไม่มีอวิชชาแล้ว(วิชชาเต็มที่)

 

 

 

นายไปล่







Copyright © 2010 All Rights Reserved.